3/20/09

Everyman Cinema

โรงหนัง Everyman Cinema ในลอนดอน
อ่านข่าวนี้ http://www.newstatesman.com/film/2008/09/independent-cinema-art และอ่านประโยคนี้ "อย่าปล่อยให้คนรักหนังบริหารโรงหนัง" ของ Daniel Broch ก็เศร้าใจ
รู้สึกผูกพันกับโรงหนังโรงนี้แบบเดียวกับที่ผูกพันกับโรง สยาม สกาล่า ลิโด้ เครือเอเพ็กซ์, เพรสซิเดนท์ แม็คแคนน่า อีเอ็มไอ แค็ปปิตอล ฮอลลีวู้ด เมอร์รี่คิงส์ ปิ่นเกล้า ฯลฯ

โรงหนัง Everyman Cinema ย่านแฮมเสต็ด เปิดมาตั้งแต่ปี 1933 ถ้าใครดู Peeping Tom หนังคลาสสิกเรื่องดังของอังกฤษ (ปี 1960) อาจจำได้ว่ามีตัวละครเด็กหนุ่มคุยกับ มาร์ค พระเอกของเรื่อง ว่าอยากจะถกเรื่องหนังที่เพิ่งดูมาที่ Everyman Cinema ถึงสองครั้ง
ผมเคยไปดูบ่อยเกือบทุกวันในช่วงปี 1987-1988 เป็นโรงหนังสำคัญที่จะดูหนังควบวันละ 3 เรื่องของ Hitchcock, Fritz Lang, Alain Resnais, Jean-Luc Godard, Nicholas Ray, John Ford, Ingmar Begman, Andrei Tarkovsky, Sam Peckinpah, Luis Bunuel, R. W. Fassbinder, The Saragossa Manuscript หรือหนังฝรั่งเศสที่มีมุมเลสเบี้ยนในยุค 30 อย่าง Club de Femmes (ถูกเซ็นเซอร์ไปตั้ง 50 ปี) และอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่โรงนี้
แต่ปัจจุบันหลังจากขาดทุน เปลี่ยนการบริหารใหม่ก็แล้ว กลายเป็นโรงหนังคนละแบบกับแนว repertory cinema โรงเดิม จะมีวันที่ Everyman Cinema กลับมาเหมือนเก่าไหมนี่
ทิ้งท้ายให้ดูภาพโรงหนังเก่า ๆ ที่น่าจดจำ http://reliques.online.fr/theaters/theaters00.html
กดตามลูกศรไปเรื่อย ๆ เพื่อดูเสน่ห์และความอลังการดังโรงโอเปร่าของโรงหนังในอดีต มันช่างห่างไกลจากธุรกิจเย็นชาของโรงหนังซีนีเพล็กซ์สมัยนี้ที่อัดหนังโฆษณาจนตาแฉะ สั่งให้พนักงานเดินตรวจตะคุ่ม ๆ ตลอดเรื่องจนแทบหัวใจวายเวลาดูหนังสยองขวัญ

7 comments:

FANCY_JOY said...

เฮ้อ เวลาได้ข่าวโรงหนังเก่าๆ ขาดทุน ต้องเปลี่ยนกิจการใหม่แล้วเศร้าใจทุกที

จอยไม่ค่อยชอบความรู้สึกเวลาไปดูหนังตามโรงสมัยนี้เลย ไม่ชอบที่มันมีหนังทุกเวลา หนังฉายพร้อมกันสิบกว่าเรื่อง มันสบายเกินไป ดูหนังทีไรโรงหนังโหรงเหรงมาก อยากให้มีเพื่อนร่วมดูมากกว่านี้ (จริงๆ นะ)

เหมือนตอนเด็กๆ โรงหนังฉายหนังแค่เรื่องเดียว วันละสองรอบ จะไปดูหนังต้องต่อแถวยาวๆ ซื้อตั๋ว รู้สึกชอบเพราะว่าเหมือนเป็นกิจกรรมสโมสร โรงหนังใหญ่ๆ คนเป็นร้อยดูหนังพร้อมเรา รู้สึกดีมากๆ เฮ้อเศร้าที่ตอนนี้ไม่มีแบบนั้นแล้ว

Filmvirus said...

โรงหนังแบบเก่า ๆ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดเดี่ยวนี้ไม่มีแล้ว เด็กรุ่นใหม่นึกภาพไม่ออกแน่ว่าเมื่อก่อนคนเข้าคิวยาวไปดูหนังและไปดูสมบัติ-อรัญญาเป็นยังไง

พี่นี่แหละที่ชอบทะเลาะกับเจ้าหน้าที่โรงหนังซีนีเพล็กซ์มาแล้วหลายแห่ง ฝากน้ำ ฝากกระเป๋า ฝากกล้อง รอเวลาให้หนังใกล้เข้า ไม่เคยทำตามมันสักอย่าง

FILMSICK said...

ลอกคุณ จอยเห็นๆ เพิ่งได้ดูหนังเรื่องMR. CINEMA ที่เล่าเรื่องฮ่องกงผ่านชีวิตคนฉายหนังหัวเอียงซ้าย หนังจบในวันที่โรงหนังปิดตัวลง

หนังหวานไปหน่อยแต่ก็เศร้ามากๆ

โดยส่วนตัวโรงหนังมัลติเพลกซื น่าเบื่อมากๆ

Filmvirus said...

อยากดูนะ Mr. Cinema

FILMSICK said...

หนังออกแผ่นลิขสิทะนะพี่
แต่พากย์ไทย
โดยโรสวีดีโอ ชื่อกู่หัวใจเกริกเกียรติยศ ซัมธิง

ชอบหนังมากมาย แม้จพติดหวานไปหน่อยก็เถอะ

กัลปพฤกษ์ said...

อืมเห็นภาพโรงหนังปัจจุบันที่กลายเป็นคาเฟ่ไฮโซไปแล้วนั้นก็ร่วมใจหายด้วยคน เคยไปดูหนังที่ Everyman Cinema เพียงครั้งเดียวเมื่อปี 2002 ในเทศกาลหนังเกี่ยวกับผู้อพยพลี้ภัยเรื่อง El Norte (1983) ของ Gregory Nava สมัยนั้นโปรแกรมหนังที่นี่ยังมีอะไรโดดเด้งน่าสนใจมากมาย (แต่ด้วยความที่อยู่ไกล ข้าพเจ้าเลยมัวแต่ตุปัดตุเป๋อยู่แถว ๆ Leicester Square กับ Waterloo เสียมากกว่า )แต่ตอนนี้เห็นมีแต่โปรแกรมหนังขาย ๆ ไปหมดแล้ว เลยไม่ได้แวะเวียนไปอีก ใครที่คิดถึงบรรยากาศหนังควบ double-bill ก็เห็นจะมีแต่ Riverside Studio ที่เดียว (ในลอนดอน)ที่ยังฉายอยู่เกือบทุกวัน เพิ่งได้ดูหนังโปแลนด์ยุคแรก ๆ ของ Jerzy Skolimowki จากที่นี่มา มันช่างได้พลังภาพเสียงแบบอลังการตระการตาสมกับความบ้าบิ่นของผู้กำกับโปแลนด์ในยุคนั้นจริง ๆ

Filmvirus said...

จริงเหรอหนังควบเหลือแต่ Riverside เฮ้อ อดีตมันก็คืออดีตจริง ๆ ด้วย