9/16/10

ประกาศรับสมัครโปรแกรมฉายหนัง Filmvirus Wild Type 2010

ประกาศรับสมัครโปรแกรมฉายหนัง Filmvirus Wild Type 2010

อ่านรายละเอียดที่ http://dkfilmhouse.blogspot.com/2010/09/filmvirus-wild-type-2010.html

9/11/10

ฝันกลางวันกับปรมาจารย์หนังเซอร์แตก“นายลุย บุญเย็น” - Luis Buñuel


ฝันกลางวันกับปรมาจารย์หนังเซอร์แตก“นายลุย บุญเย็น” - Luis Buñuel

อ่านต่อที่ บล็อกคุณ สุชาติ สวัสดิ์ศรี

http://suchartsawasdsri.wordpress.com/2010/09/08/ฝันกลางวันกับ-“นายลุย-บุ/

9/9/10

"รัก(ทะ)ลวงตา" P R I V A T E E Y E S (2010 version)

จำได้ว่าละครเรื่องนี้ดูเมื่อหลายปีก่อน ดูกับ จิตร โพธิ์แก้ว ประทับใจมาก อ. ปวิตร มหาสารินันทน์ จาก ม. จุฬา ดัดแปลงจากบทละครเวทีอเมริกันที่เป็นละครซ้อนละคร นักแสดงที่เล่นบทนำ โดยเฉพาะตัวนางเอกเล่นได้แสบมาก ตอนนี้ไม่รู้เธอไปอยู่ที่ไหน มาคราวนี้เปลี่ยนตัวแสดงทั้งหมด นำคณะโดย นพพันธ์ และ ดุจดาว คู่หนุ่มหล่อสาวสวยที่ไฟแรงและงานถี่สุดแห่งวงการละครบ้านเรา คาดว่าการจับคู่ใหม่ครั้งนี้คงแสบสะเด็ดในอีกอารมณ์หนึ่ง และแรงร้อนไม่แพ้ฉบับเดิม 

"Should Play" Production ภูมิใจเสนอ..

 
  "รัก(ทะ)ลวงตา" 
  P R I V A T E E Y E S
 

ละครซ้อนละคร ซ้อนละคร สะท้อนความจริง..
a play within a play within a play..
 
ละครเวทีเรื่องรักตลบหน้าตลบหลังพังเวที “รัก(ทะ)ลวงตา”
 
ผลงานผู้กำกับและนักวิจารณ์ศิลปะการแสดงชื่อดัง
 
ปวิตร มหาสารินันทน์..
ที่เคยกวาดรางวัลเวทีนักวิจารณ์และผู้ชมมาแล้วเมื่อปี 2546
 
กลับมาครั้งนี้..
 
ผู้กำกับคนเดิมนำ "รัก(ทะ)ลวงตา"
 
พร้อมทั้งเหล่านักแสดงละครเวทีมืออาชีพอย่าง..
 
อ้น-นพพันธ์, ดาว-ดุจดาว, หวัด-ศุภสวัสดิ์ และ อิ๋ว-ปานรัตน
 
พร้อมด้วยทีมงานเบื้องหลังละครชื่อดังอย่าง แม่นาค เดอะมิวสิคัล
และ น้ำใสใจจริง เดอะมิวสิคัล
 
 
เรื่องราวความรักและการหลอกลวงในละคร ซ้อนละคร ซ้อนละคร
 
พร้อมทะลวงตาผู้ชม 14 กันยายน นี้
 
ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ทองหล่อ
 
จำหน่ายบัตรที่ ThaiTicketMajor.com
 
บัตรราคา 500 บาททุกที่นั่ง
 
สมาชิก PlayMember 350 บาท
 
นักเรียน นิสิต นักศึกษา 250 บาท
 
สมัครเป็น PlayMember ง่ายๆ ทาง www.playmember.com
 
ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใด :) 
 
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 087 086 7521 หรือ
 
sumanakul@PlayMember.com
 
*ละครเรื่องนี้ไม่เหมาะกับผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี

รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก PlayMember.com
 
Facebook "PlayMember"

8/23/10

ธาตุผู้หญิง (กำเนิด นารีนิยาม)

ผู้หญิงประกอบด้วย

ความกลมกล่อมของดวงจันทร์ ๑ ความขลาดของกระต่าย ๑
ลักษณะคดโค้งของเถาวัลย์ ๑ ความหยิ่งของนกยูง ๑
อาการม้วนพันของแขนงเถา ๑ ความละเอียดอ่อนของปุยขน ๑
ความไหวของต้นหญ้า ๑ ความแข็งของเพชร ๑
ความเพรียวของลำอ้อ ๑ ความหวานของน้ำผึ้ง ๑
ความนุ่มของดอกไม้ ๑ ความดุร้ายของเสือ ๑
ความเบาของใบไม้ ๑ ความอุ่นของไฟ ๑
อาการเหลือบมองของเนื้อทราย ๑ ความเย็นของหิมะ ๑
ความระยับของแสงแดด ๑ ความพูดพลอดของนกกางเขน ๑
น้ำตาของหมอก ๑ อาการขันคูของนกพิราบ ๑
ความไม่อยู่ที่ของลม ๑ ความหอมหวนของกุหลาบ ๑

จาก ตำนานพระธาตรีเทพ สร้างมนุษย์ ชาย-หญิง

bookvirus ฟุ้ง 07 
นารีนิยาม
5 เรื่องสั้นแปลนานาชาติ 
วางขายแล้ววันนี้ที่ร้าน คิโนะคุนิยะ, ศูนย์หนังสือจุฬา, ร้านก็องดิด, ร้านดอกหญ้า สยามแสควร์, Chez Lodin และตูดยุงแกลเลอรี่

8/21/10

Rebecca เงาหลอนนางเมียเก่า


ขนาดเพลง King of Rome ของ The Pet Shop Boys ยังอ้างประโยคนี้จาก Rebecca "I'm here and there/or anywhere/away from Manderley..."

เนื้อเรื่อง Rebecca ของ Daphne du Maurier น้ำเน่าก็ปานนั้น ดัดแปลงเป็นหนังเป็นละครเวทีก็หลายครั้ง (ออกฤทธิ์กับหนังไทยละครไทยแนว Gothic Romance หลายเรื่อง เช่น เคหาสน์มืด ของ ศรีฟ้า ลดาวัลย์ – กระทั่ง บ้านทรายทอง ก็ติดกลิ่นหน่อย ๆ) แต่ Rebecca ฉบับคลาสสิกที่สุดคงไม่พ้นฉบับหนังรางวัลออสการ์ที่กำกับโดย Alfred Hitchcock และนำแสดงโดย Laurence Olivier กับ Joan Fontaine (ตามรูปปกฉบับแปลไทยที่ลง)  

“เราไม่ได้โตมาด้วยกัน” คำให้การของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล


"ผมว่าอย่าพูดว่าเรา "เข้าใจ" หรือ "ไม่เข้าใจ" ดีกว่า มันเป็นเรื่องของวัฒนธรรม อย่างคนที่ดูหนังของผม หากเขาไม่เคยดูหนังที่ผมคารวะ หรือว่าไม่มีโอกาสที่จะได้ดูหนังเรื่องก่อน ๆ ที่ผมทำก่อนลุงบุญมี ก็อาจจะไม่เข้าใจ

เพราะเราไม่ได้โตมาด้วยกัน ไม่มีพื้นที่สำหรับการหาความรู้หรือทำความคุ้นชินกับหนังแบบนี้ หนังก็เหมือนศิลปะแขนงหนึ่งมันต้องอาศัยการปรับตัว ทำความเข้าใจ และโตไปด้วยกัน" 

จากบทสัมภาษณ์ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุลโดย เอกศาสตร์ สรรพช่าง ใน GM Magazine สิงหาคม 2553

ก็อปมาจาก Facebook ของ bookvirus & filmvirus

Last Tango in Paris เซ็กส์กับคนแปลกหน้าในห้องไร้ชื่อ

ชายวัยกลางคนและหญิงสาว เธอและเขาตกลงใจมีเซ็กส์ในฐานะคนแปลกหน้า ไร้ชื่อเรียก ไร้พื้นเพความเป็นมาในอดีต  
บทเซ็กส์ดิบสากรรจ์ในห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์คลุมโปงมิดเม้น ห้องที่หญิงสาวกำลังจะใช้เป็นเรือนหอของเธอกับคู่หมั้น
แต่ไม่มีห้องไหนจะคลุมผ้าได้ตลอดไป อดีตร้าวจะต้องรั่ว เมื่อเธออยากรู้จักตัวเขาให้มากขึ้น
Last Tango in Paris หนังอื้อฉาวของผู้กำกับ แบร์นาโด แบร์โตลุคชี่ มีให้ชมในฉบับลิขสิทธิ์บรรยายไทย

ฉบับหนังสือแปลไทยเป็นนิยายซึ่งเรียบเรียงจากบทภาพยนตร์ อันเป็นบทหนังดั้งเดิมของ แบร์ลุคชี่ ที่เขียนให้ มาร์ลอน แบรนโด แห่ง The Godfather นำแสดง

ไม่แน่ใจว่าหนังเรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ 9 ½ Weeks ที่ คิม แบซิงเจอร์ กับ มิคกี้ รูร์ค เล่นหรือเปล่า

ฟิล์มไวรัส ออนทัวร์ อีสาน

ฟิล์มไวรัส ออนทัวร์ ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

PEACE IS CURSED!

ฉายหนัง อาทิ Waltz With Bashir, Legacy, Buddha Collapsed Out of Shame, Punishment Park


19 ส.ค. ที่ โรงละครคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลับอุบลราชธานี หนังฉายบ่ายสอง
http://dkfilmhouse.blogspot.com/2010/08/peace-is-cursed.html

ฟิล์มไวรัสออนทัวร์ ตอน "หนังรักมาโช่" 

วันที่ 27 ส.ค.53 ที่คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น งานเริ่มบ่ายสี่โมง 


และวันที่ 28 ฉายที่โฮมมุมมัง ริมบึงแก่นนคร งานเริ่มบ่ายสอง 

รายชื่อหนังรักคือ In the City of Sylvia, 500 Days of Summer และ I Can No Longer Hear the Guitar 

http://dkfilmhouse.blogspot.com/2010/08/blog-post_14.html

** ขอบคุณน้อง ชาญชนะ หอมทรัพย์ และ Filmsick ที่ช่วยกันจัดงานขยันขันแข็ง

8/8/10

Bookvirus Talk - Film Screening - นารีนิยาม


bookvirus talk+ film screening

Chez Lodin +Toot Yung Gallery ร่วมกับดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (Filmvirus) เชิญทุกท่านร่วมงาน เปิดตัวหนังสือ รวมเรื่องสั้น Bookvirus ฟุ้ง 07 :นารีนิยาม

ร่วมพูดคุยกับ สนธยา ทรัพย์เย็น บรรณาธิการผู้คัดเรื่อง และทีมนักแปล พร้อม ชมหนังสั้นโปรแกรม Cinema Feminine

ที่ Chez Lodin + Toot Yung Gallery 19 ถนนประชาธิปไตย (หลังสะพานวันชาติ) กรุงเทพ

8 สิงหาคม 2553 เวลา 14.00-15.30

เปิดตัวหนังสือ นารีนิยาม (Bookvirus ฟุ้ง 07 – เปิดม่านเรื่องสั้นแปลจากนักเขียนหญิงนานาชาติ) บรรณาธิการ และคัดสรรเรื่องสั้นโดย สนธยา ทรัพย์เย็น

“นักว่ายน้ำ” (มิแรนดา จูลาย – เขียน) แปลโดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร
“เกมที่ค้างคา” (โกลี ทารากี – เขียน) แปลโดย ชลเทพ ณ บางช้าง
…“ม้าน้ำ” (ฮิโรมิ คาวาคามิ – เขียน) แปลโดย โดยมัทนา จาตุรแสงไพโรจน์
“ลอกลายกุหลาบ” (แคลริซ ลิสเปคเตอร์ – เขียน) แปลโดย ดิษพล ศิวะรัตนธำรงค์
“จบให้สวย” (มาร์กาเร็ท แอ็ตวูด – เขียน) แปลโดย แดนอรัญ แสงทอง

อ่านบทกวีโดยนักเขียนหญิง
บรรณาธิการและคณะผู้แปลร่วมสนทนากับผู้ฟัง

ฉายหนังสั้น นิยามนารี 1
Agnes Varda – Happiness? The People of Fontenay Response + Bonheur : Proper Name or Concept / ฝรั่งเศส 8 min
Naomi Kawase – See Heaven (1995) / ญี่ปุ่น10 min
Lucrecia Martel – Rey Muerto (1995) / อาร์เจนตินา12 min
วสุนันท์ หุตเวช เธอชื่อพระจันทร์ (2010) 8 min / ไทย** (กำลังติดต่อผู้กำกับ)
Marina De Van – La Promenade (2007) / ฝรั่งเศส 35 min

ฉายหนังสั้น นิยามนารี 2
Magaret tait – A Portrait of Ga (1952) / อังกฤษ 5 min
Helke Sanders – Subjectivity (1966) /เยอรมัน 5 min
Su Friedrich – Gently Down the Stream (1981)/อเมริกัน 11 min
Christelle Lhereux All The Mountains Are Look ALike (2008)/ฝรั่งเศส 12 min
Sara Driver – You are not i (1981) /อเมริกา 50 mins (วีดีโอ)

ร่วมพูดคุยกับคุณไกรวุฒิ จุลพงศธร และวิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา หลังหนังจบครับ

สอบถามเพิ่มเติมที่

http://www.facebook.com/event.php?eid=148142668535013#!/group.php?gid=125187560852695

แผนที่

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhjeTti5VsZdLq8thinWXhWf1fbk_pUTj97KT_6PUmgWFu_CflMiSasMpy_avtjcSNeEdJLKxzmyTkvs82j-zrGDg7b0jEaFtcI97VzTyrRPW9QACAiVoENmo5t26AfPxLtwN4qGrjLtLs/s1600/map.gif

7/22/10

ปฏิบัติการหนังทุนข้ามชาติ (ปกจริงสีเงิน) และ "นารีนิยาม" bookvirus ฟุ้ง 07


ปฏิบัติการหนังทุนข้ามชาติ: ตำรับชีวิตสามัญโกอินเตอร์
Filmvirus Collection 

จัดทำโดย สนธยา ทรัพย์เย็น, ทีฆะเดช วัชรธานินท์, กัลปพฤกษ,์ ณัฐธรณ์ กังวานไกล และ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์

รวมบทสัมภาษณ์คนทำหนังอิสระไทย 13 ราย ที่ได้รับการสนับสนุนทุนสร้างภาพยนตร์จากต่างประเทศ ชัยชนะเล็ก ๆ ของคนทำหนังไทยนอกระบบสตูดิโอ ร่วมด้วยบทความแนะนำการติดต่อแหล่งทุนจากต่างประเทศ ลักษณะเฉพาะของแหล่งทุนแต่ละแห่ง พร้อมแนะนำตัวอย่างหนังนานาชาติที่ได้รับทุน

ทุนข้ามชาติ = โครงการภาพยนตร์ที่คนไทยเองมองไม่เห็นคุณค่า หรือความคุ้มค่าในการลงทุน
ทุนข้ามชาติ = ทางเลือกของคนทำหนังไทยที่ไม่อยากถูกจำกัดด้วยระบบธุรกิจ

โอกาสของนักทำหนังที่มุ่งมั่นจะบอกเล่าในสิ่งที่ตนเองเชื่อ
พร้อมกับยังหลงเหลือศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่ต้องง้อให้ ฝรั่งเหลียวมอง
ด้วยการไล่แจกของชำร่วย จำพวก นกยักษ์ และภัยอสูร
หรือห่มห่อเปลือกไทยด้วยช้าง ชุดแต่งกายประจำชาติ แหล่งท่องเที่ยว และหมัดมวยหัวไม้

หนังดีต้องมีทุนสร้างก้อนโต - ข้ออ้างนี้เสื่อมความศักดิ์สิทธิ์เสียแล้วในยุคดิจิตอล
หนังส่งประกวดไม่ได้มีเพียงการแช่ภาพอืดชืด ใส่สัญลักษณ์กำกวม
หรือซื้อใจคนดูด้วยเซ็กส์

การรีเมคหรือทำหนังแอ็คชั่นพูดอังกฤษ หาใช่หนทางเดียวที่เราควรเจริญรอยตาม
คนทำหนังจีนเกาหลี ญี่ปุ่น
เช่นเดียวกับ รางวัลออสการ์ ซึ่งไม่อาจเป็นยันต์ประกันคุณภาพหนังได้เสมอไป

  การกระตุ้นต่อมอารมณ์ไม่ควรเป็นคำตอบสุดท้าย
  เพราะบางครั้งชีวิตคนธรรมดาเดินดินที่ไม่ต้องปรุงแต่งมากมาย
  ก็สามารถชนะใจคอหนังสากล (และทำกำไร) ได้ยืนนานกว่า

นารีนิยาม - bookvirus ฟุ้ง 07 

update 22 กรกฏาคม 2553 

4 + 1 = 5 เรื่อง (เพิ่มเรื่องสั้นของ มาร์การ์เร็ต แอ็ตวูด จากแคนาดา แปลโดย แดนอรัญ แสงทอง) 

เบิกม่านเรื่องสั้นหญิงเกินนิยาม ต่อเนื่องจากเล่ม bookvirus ฟุ้ง 06 ก่อนหน้า - นางเพลิง

5 เรื่องของนักเขียนตัวจริงที่อยากให้คุณรู้จัก

5 เรื่องจาก ญี่ปุ่น, อิหร่าน, บราซิล, อเมริกา และแคนาดา

1. จบให้สนุก ของ มาร์การ์เร็ต แอ็ตวูด จากแคนาดา แปลโดย แดนอรัญ แสงทอง
2. นักว่ายน้ำ มิแรนดา จูลาย (แปลโดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร)
3. เกมที่ค้างคา โกลี ทารากี (แปลโดย ชลเทพ ณ บางช้าง)
4. ม้าน้ำ ฮิโรมิ คาวาคามิ (แปลโดย มัทนา จาตุรแสงไพโรจน์ )
5. ลอกลายกุหลาบ แคลริซ ลิสเปคเตอร์ (แปลโดย ดิษพล ศิวะรัตนธำรงค์)

* * พิมพ์จำนวนจำกัด เริ่มวางขายแล้ววันที่ 19 กรกฏาคม - นารีนิยาม วางจำหน่ายเฉพาะที่ร้าน คิโนะคุนิยะ ห้างพารากอน และอิเซตัน (ราชประสงค์) และศูนย์หนังสือจุฬา ทุกสาขา* * *

6/28/10

‘Flu - O - Less – Sense’ ‘ไข้ประหลาดระบาดไทย’

กลุ่มละครร่วมสมัยบีฟลอร์

เสนอ

‘Flu - O - Less – Sense’



 

‘ไข้ประหลาดระบาดไทย’

“บางทีสังคมไทยอาจไม่ได้ต้องการเพียงแค่แสงไฟนีออนฟลูออเรสเซนส์ที่ส่องสว่างยามค่ำคืนหากยังต้องการแสงแห่งสัจธรรม แม้นั่นอาจเป็นเพียงแสงจากเปลวเทียนก็ตาม”


 
เตรียมพบกับ 5 รอบปฐมทัศน์ของการแสดงชุด ‘Flu- O – Less – Sense’ ของกลุ่มละครบีฟลอร์ก่อนบินลัดฟ้าไปเปิดการแสดง ณ Tokyo Metropolitan Art Space ประเทศญี่ปุ่น 

‘Flu- O – Less – Sense’ ถูกสร้างสรรค์ในลักษณะของงาน Collage (ภาพปะติด) โดยเล่นกับการพ้องเสียงของหลอดไฟ ‘ฟลูออเรสเซนส์’ อันเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์คิดค้นเพื่อส่องแสงสว่างไล่ความมืด

 เนื้อหาที่ปรากฏใน ‘Flu-o-Less-Sense’ นั้นเกิดจากกระบวนการ ‘เล่น-แยก-ตีความ’ คำแต่ละคำ ซึ่งหากมองอย่างผิวเผินแล้ว กลุ่มคำที่ดูเหมือนว่าไม่มีความหมายใดๆ เกี่ยวข้องกันเลยเหล่านี้ (Flu- O – Less – Sense) กลับสะท้อนภาวะที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทยปัจจุบันได้อย่างน่าประหลาด  

ฤาการใช้ความรุนแรงครั้งแล้วครั้งเล่าในสังคมไทยจะเหมือนกับไข้หวัดที่ ระบาดกันข้ามปีตั้งแต่ปีพ.ศ. 2519 – 2553, ฤาความขัดแย้งต่างๆนานาที่เกิดขึ้น แท้จริงแล้วไม่ได้มีความหมายใดๆ สำหรับผู้ที่มองลงมา

“บางทีสังคมไทยอาจไม่ได้ต้องการเพียงแสงไฟนีออนฟลูออเรสเซนส์ที่ส่องสว่างยามค่ำคืน หากยังต้องการแสงแห่งสัจธรรม แม้นั่นอาจเป็นเพียงแสงจากเปลวเทียนก็ตาม”

หมายเหตุ : การแสดงชุด Flu- O – Less – Sense ใช้เวลาในการแสดงทั้งสิ้นประมาณ 30 นาที และภายหลังเสร็จสิ้น 5 รอบปฐมทัศน์ การแสดงชุดนี้ยังได้รับเชิญให้ไปจัดแสดง ณ Tokyo Metropolitan Art Space ประเทศญี่ปุ่น อีกจำนวน 5 รอบ ภายในเดือนสิงหาคม และหลังจากนั้นการแสดงชุดนี้จะถูกนำกลับมาพัฒนาและแสดงให้ชาวไทยได้ชมอีกครั้งในงานเทศกาลละครกรุงเทพฯ ภายในเดือน ธันวาคม 2553

สถานที่จัดแสดง เดโมเครซี่ เธียเตอร์ สตูดิโอ 

ซอยสะพานคู่ บ่อนไก่ ถ.พระรามสี่ กรุงเทพฯ (MRT ลุมพินี ทางออก 1)

จำนวนรอบการแสดง 5 รอบการแสดงได้แก่

16 กรกฎาคม 2553 เวลา 20.00 น.  

17 กรกฎาคม 2553 เวลา 14.00 น.และ 19.30 น.

18 กรกฎาคม 2553 เวลา 14.00 น.และ 19.30 น. 

กิจกรรมเสริม เสวนาหลังละครจำนวน 3รอบ

สอบถามและสำรองที่นั่ง 089-167-4039, 089 – 667-9539 

รายละเอียดเพิ่มเติม www.bfloortheatre.com

เกี่ยวกับกลุ่มละครบีฟลอร์

ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2542 จากการรวมตัวของกลุ่มคนที่รักงานศิลปะการละคร นักการละคร ผู้กำกับ นักแสดง และนักออกแบบจากกลุ่มละครต่างๆ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของยุคสมัยผ่านน้ำเสียงของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ท่ามกลางกระแสเชี่ยวกรากของวัฒนธรรมที่หลากหลาย และมุ่งสร้างสรรค์งานละครเวทีร่วมสมัยที่เน้นลักษณะการทดลองและค้นหารูปแบบรวมถึงภาษาการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกลุ่ม ในการสื่อสารแนวความคิดของคนไทยต่อสังคมไทยและกระจายสู่สังคมโลก โดยเปิดโอกาสให้ผู้กำกับได้ค้นหาแนวทางในการสร้างผลงานโดยไม่จำกัดกรอบทางความคิด รูปแบบ

4/11/10

จะอยู่คู่เธอเสมอไปนะ “ที่รัก” - Eternity in Lopburi

สวรรค์บ้านทุ่ง ใน Eternity

แผ่นดินร้อน คนร้อน แต่อารยชน และจารชนโรแมนติกยังไม่เลิกก้มหน้างุด หมกมุ่นกับงานของตัวเอง ต่อให้ข้อหาหลบหนีจากโลกแห่งความจริงจะหนักหนา ต่อให้ครหารื่นระเริงกับศิลปะบันเทิงจะกดทับ หากนี่เป็นภายใต้การปกครองก่อนปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ป่านนี้คงต้องโดนสหายแดงของท่านประธานส่งไปไถนาและ “เหมา” กระสอบหอบป่า เพื่อมวลชนเป็นแน่แท้ 

ลพบุรีร้อนรุ่มหนักกว่าเดิมใต้สีแดงและแดดกว้าง แต่ที่กองถ่าย “ที่รัก” หรือ Eternity ของ ศิวโรจณ์ คงสกุล นั้นกาลเวลาเคลื่อนคล้อยไปอย่างแช่มช้าและนุ่มนวล โดยเฉพาะกับภาพในเฟรมของ กานต์ - ศิวโรจณ์ และ ปิง – มรว. อัมพรพล ยุคล (จาก Wonderful Town) ที่นิ่งสงบและสุกสกาวราวสรวงสวรรค์ จนชวนให้เข้าไปสิงสู่ในนั้นตลอดไป เป็นโลกแห่งลำน้ำและชีวิตบ้านนาที่กระจุ๋มกระจิ๋มเพลินตายิ่งกว่า ขวัญ เรียม, เพื่อนแพง หรือหนังไทยเรื่องใด ๆ (ถ้าเลือกได้ ขอเลือกโลกในฝันคือ โลกใน “ที่รัก” และโลกอนาคตรกร้างในหนังของ วิล สมิธ เรื่อง I am Legend – แต่ไม่เอาพวกซอมบี้นะ) ทั้งมุมกล้อง ลำแสง และมูฟเมนต์ของคนแสดงก็ชื่นตาเป็นล้น ทั้ง อุ้ม - วัลลภ รุ่งกำจัด (ควบตำแหน่งอาร์ตไดเร็คเตอร์) และ น้ำฝน อุดมเลิศลักษณ์ กับบทพ่อแม่ในวัยหนุ่มสาวของผู้กำกับ รวมทั้งนักแสดงที่รับบทพ่อในช่วงสูงวัย ซึ่งเป็นพ่อของน้องน้ำหวาน – ชิดปราง อำนวย ที่ทำงานดูแลนักแสดงในกองถ่าย รวมทั้งทีมงานทุกคนที่ทุ่มเทกับงานเต็มร้อย พร้อมเนรมิตตกแต่งของที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติและของใหม่ให้ผสมกลมกลืน

ทั้งหลายทั้งมวลทำให้หนังของสูข้าเองกลายเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยขี้ประต๋อยไปในทันใด ทั้งยังค้นพบฝันเก่าเก็บของตัวเองกว่าสิบปีนี่ชักจะเริ่มมีกลิ่นตุ ๆ เสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อไม่มีใครอื่นที่เชื่อหรือศรัทธาในสิ่งที่เราคิดฝัน ยิ่งหลังจากดูฟุตเตจวีดีโอของตัวเองแล้ว ก็มีแต่เสื่อมศรัทธาตัวเองไปทุกที ยิ่งตอนนี้อุณหภูมิความร้อนทำให้นั่งแทบไม่ติด ห้องเช่าไม่สามารถเป็นที่พักพิงได้อีกต่อไป ที่สำคัญสุดคือเบาะแสเรื่องคนทำหนังไทยที่ลพบุรีในอดีตเมื่อห้าสิบหกสิบปีก่อนนั้นก็สาวมาจนสุดปลายสาย ตีบตันหนทางต่อไป คนเก่าคนแก่ที่เหลืออยู่ ถ้าไม่ตาย ก็จดจำอะไรได้บางเบาเต็มที

ด้วยเคารพต่อมารยาทกองถ่าย “ที่รัก” จึงของดลงรูปกองถ่ายชั่วคราว คงต้องรอให้หนังออกฉายเสียก่อน  

 อ่านรายงานอัพเดทรายวันของหนัง “ที่รัก” Eternity Diary ได้ที่ http://www.pop-pictures-ltd.com/

4/4/10

สุขล้นในลพบุรีกับ “ที่รัก” (Eternity) หนังไทยโกอินเตอร์ของ ศิวโรจณ์ คงสกุล

ความสุขของการอยู่ที่ลพบุรี คือการได้อยู่ใกล้จินตนาการหนังของตัวเอง แต่เหนือกว่าจินตนาการลม ๆ แล้ง ๆ คือการได้เห็นจินตนาการหนังของคนอื่นเป็นจริง โดยเฉพาะเมื่อเป็น กานต์- ศิวโรจณ์ คงสกุล แห่ง “เหมือนเคย” และ “เสียงเงียบ” และโดยเฉพาะเหนืออื่นใด เมื่อเป็นหนังที่ถ่ายทำในลพบุรี บริเวณละแวกอำเภอท่าวุ้ง

“ที่รัก” หรือ “Eternity” โปรเจ็คท์ของ ศิวโรจณ์ ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุน Hubert Bals Fund แห่งประเทศเนเธอร์แลนด์กำลังเป็นจริง และอยู่ในระหว่างเริ่มถ่ายทำแล้ว หนังเรื่องนี้ได้เค้าโครงมาจากชีวิตรักจริง ๆ ของพ่อแม่ผู้กำกับ และแม้ว่าพ่อของ ศิวโรจณ์ จะเสียไปแล้ว แต่แม่ของเขาก็ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง โดยเขียนเค้าโครงย่อให้ 4 หน้า อันทำให้ กานต์ นำไปแต่งเติมเสริมต่อ เป็นภาพแห่งความทรงจำ และการอยากจำที่ไม่ได้ยึดความจริงเป็นหลักแต่เพียงอย่างเดียว

ผมมีโอกาสได้ไปกองถ่ายไม่บ่อยนัก แต่บรรยากาศของกองถ่ายหนังทีม ป็อป พิคเจอร์ส นี้น่าจะเป็นอุดมคติที่น่าใฝ่ฝันของคนทำหนังผู้มีใจรักอย่างที่สุดแล้ว ทุกคนช่วยลงแรงคนละไม้คนละมือเหมือนเพื่อนสนิท ทั้งผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้าง – โสฬส สุขุม, อาทิตย์ อัสสรัตน์ (Wonderful Town) ทีมงานมากฝีมือ รวมทั้งเด็กฝึกงาน และนักแสดงหน้าใหม่ ร่วมกันทำหนังที่มีแนวทางเรียบง่ายชนิดที่ใกล้ตัวปุถุชนธรรมดา ไม่ต้องมีฉากอลังการ สาระล้นกระป๋อง ต้องพึ่งพารถไฟจัดแสง หรือทีมงานแออัด ทำให้นึกถึงเมื่อสมัยที่อยู่กองถ่าย เจ้ย – อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ทำหนัง “ดอกฟ้าในมือมาร” `(Mysterious Object at Noon) ประสบการณ์ทำหนังที่ไม่ใช่จบแค่ค่าแรงและหน้าที่ อย่างนี้จะหาที่ไหนได้อีก ถ้าไม่ใช่จากพลังของคนหน้าใหม่ไฟแรงล้น แม้อากาศเดือนมีนา-เมษาจะร้อนสุดทน แต่ทุกคนก็ใจสู้ ช่วยเหลือกันต้อนฝูงเป็ด ถ่ายทำฉากพายเรือในแม่น้ำจนแสงแดดหยดสุดท้ายลาลับอาทิตย์ ก่อนที่แต่ละคนจะช่วยกันแบกเรือกองถ่ายข้ามถนนไปเก็บอีกฝั่ง และเมื่อเสร็จจากอาหารค่ำก็มาชุมนุมตัวดูฟุตเตจที่ถ่ายมาในแต่ละวันอย่างกระตือรือร้น แสดงความคิดเห็นและเสนอไอเดียในการพัฒนามุมกล้องในวันต่อไป

ภาพแต่ละภาพที่ถ่ายไปนั้นงดงามขนาดที่หนังสากลหลายเรื่องต้องยอมชิดซ้ายไปทันที เรียกได้ว่าศรัทธาที่เสื่อมไปกับ “นางไม้” ซึ่งถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล Red Camera นั้นกลับมาใหม่อีกครั้ง มีฉากหนึ่งที่อาจทำให้ฉากเปิดและฉากปิดในหนังคาวบอยคลาสสิกของ จอห์น ฟอร์ด เรื่อง The Searchers ต้องยอมสยบราบคาบเลยทีเดียว

งานนี้เรียกได้ว่าข้าพเจ้ามีความสุขเนื้อเต้นจนลืมป่วย ลืมงานตัวเองไปในทันที อย่างน้อย อนาคตของหนังไทยเรามีหวังอีกหน่อหนึ่งแล้ว ไชโยให้ ศิวโรจณ์ และทีมงานของ ป็อปพิคเจอร์ส

ติดตามข่าวคราวล่าสุดได้ที่ เว็บไซต์ของ บริษัท ป็อปพิคเจอร์ส

http://www.pop-pictures-ltd.com/

อ่านสัมภาษณ์ ศิวโรจณ์ คงสกุล และ โสฬส สุขุม เกี่ยวกับการหาทุนสร้างภาพยนตร์เรื่อง “ที่รัก” (Eternity) ได้จากหนังสือ “ปฏิบัติการหนังทุนข้ามชาติ” จัดทำโดย Filmvirus และ โอเพ่นบุ๊คส์ กำหนดวางแผงน่าจะเป็นภายในเดือนเมษายนนี้