8/26/08

ศาลาเฉลิมรักษ์ ตอน จังโก้ จอมสังหาร

ศาลาเฉลิมรักษ์ ตอน จังโก้ จอมสังหาร

หนังเรื่อง Sette dollari sul rosso นี้เป็นหนังของอิตาลี่-สเปนปี 1966 กำกับโดย Alberto Cardone (หรือชื่อใหม่ที่เรียกง่ายแบบอเมริกันคือ Albert Cardiff) แต่ตอนฉายในเยอรมนีและเมืองไทยตั้งชื่อให้เกี่ยวข้องกับ จังโก้ เพื่อหากินกับความดังของหนัง จังโก้ ส่วนตอนฉายในฝรั่งเศส เพิ่มคำที่คนฝรั่งเศสคุ้นเคยมากกว่าอย่าง Gringo เข้าไปแทน

7 Dollars to Kill
คำโฆษณาในสมัยนั้น

"ไม่ใช่เพียง 1 หรือแค่ 2 แต่มีถึง 3 ดาวยวนให้ชมคือ
เฟอร์นันโด้ ซานโจ้ ดาวร้ายยอดยวน
แอนโทนี่ สตีฟเฟ่น พระเอกหน้าตายแต่หมัดหนัก
และ เจอร์รี่ วิลสัน ดาวยวนหน้าใหม่ แต่ไวชมัด
ร่วมด้วยดาราสาวเจ้าเสน่ห์ ลอเรอดาน่า นัสเซ็ค"

ฉายที่ควีนส์ เทคนิคสโคป สีอีสต์แมน

8/25/08

ทายหนังคู่สุด SURPRISE ชิงรางวัล

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ขอเชิญร่วมสนุกทายคำตอบหนังคู่สุด SURPRISE ภายในวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม นี้

ตามที่ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ ได้แจ้งโปรแกรมภาพยนตร์ SURPRISE สุดพิเศษซึ่งจะจัดฉายให้ได้ชมกันในวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม นี้ ณ ห้องเรวัต พุทธินันท์ ชั้นใต้ดิน U2 หอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตั้งแต่เวลา 12.30 น. เป็นต้นไป
ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ขอเชิญทุก ๆ ท่าน ร่วมสนุกด้วยการตอบคำถามเกี่ยวกับหนัง SURPRISE ทั้งสองเรื่องนี้จากคำใบ้ โดยผู้ที่ตอบคำถามได้ถูกต้องมากที่สุดจะได้รับหนังสือ “QUEER CINEMA FOR ALL: 30 หนังเกย์และเลสเบี้ยนที่ชายจริงหญิงแท้ควรได้ดู” จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ openbooks จำนวน 1 เล่มเป็นของรางวัล

สำหรับคำใบ้ของโปรแกรมภาพยนตร์ในวันนั้นมีดังนี้

อาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2551
12.30 น. ภาพยนตร์ SURPRISE # 1
ใบ้ด้วยเรื่องย่อ: เรื่องราวความรักที่ไม่น่าเป็นไปได้ของนักเปียโนหนุ่มใหญ่กับสาวเสิร์ฟวัยกลางคน กับผลงานชวนฝันที่ทำออกมาได้โรแมนติกอย่างเหลือเชื่อ!

15.00 น. ภาพยนตร์ SURPRISE # 2
ใบ้ด้วยภาพปกหนัง: (รูปด้านบน)

ฉาย ณ ห้องเรวัต พุทธินันท์ ชั้นใต้ดิน U2 หอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
โทร 0-2613-3529 หรือ 0-2613-3530

ชมฟรีทั้งรายการ (โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดว่ามาชมภาพยนตร์ และกรุณาแต่งกายสุภาพ)
คำถามสำหรับภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้ก็คือ . . .

ภาพยนตร์ SURPRISE เรื่องที่ 1
1) ภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อภาษาอังกฤษว่า _________________________________________________
2) ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้คือ _________________________________________________________
3) ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์จากประเทศ ____________________________________________

ภาพยนตร์ SURPRISE เรื่องที่ 2
1) ภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อภาษาอังกฤษว่า _________________________________________________
2) ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้คือ _________________________________________________________
3) ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์จากประเทศ ____________________________________________

ร่วมสนุกด้วยการส่งคำตอบทาง e-mail ถึง dkfilmhouse@yahoo.com พร้อมชื่อ-นามสกุล และที่อยู่สำหรับรับรางวัล ภายในวัน อาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2551 เวลา 9.00 น. โดยขอจำกัด 1 ท่านต่อคำตอบ 1 ชุดเท่านั้น ขอย้ำว่าท่านไม่จำเป็นต้องตอบคำถามได้ทั้งหมด เพราะเราจะมอบรางวัลให้แก่ผู้ที่ตอบถูกต้องมากที่สุด โอกาสจึงยังเป็นของคุณ!

(ใบ้ให้เพิ่มเติมว่าภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้ไม่ใช่ภาพยนตร์พูดภาษาอังกฤษ)

ติดตามรายชื่อผู้ได้รับรางวัลพร้อมคำเฉลยได้ที่นี่ หลังวันฉายภาพยนตร์

ภาพปกหนังสือของรางวัล
และติดตามโปรแกรมภาพยนตร์ Queer Cinema for All หนังเกย์และเลสเบี้ยนที่ชายจริงหญิงแท้ควรได้ดูต่อได้ที่

8/23/08

วีดีโอสามัญประจำบ้านตอน ต้นฉบับฝรั่งเศส "เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้"

หนังสามัญประจำบ้านตอน ต้นฉบับฝรั่งเศสของ "เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้"

สิ่งดีสมัยนี้คือการที่ดาราดังเมื่อ 30 ปีที่แล้วอย่าง Alain Delon, Jean-Paul Belmondo, Steve McQueen และ Burt Lancaster มีหนังแผ่นลิขสิทธิ์ทยอยปล่อยออกมาให้ดู

และนี่สำหรับคนที่ติดใจ สี่เหวินเฉียง, ติงลี่ และ หนังซี่รี่ส์ชุด “เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้” (2528)

Borsalino and Co. บริษัทกำจัดแค้น
นี่เป็นหนังภาค 2 ของผู้กำกับฝรั่งเศส Jacques Deray ซึ่งเคยกำกับ Rififi in Tokyo (เคยฉายที่สมาคมฝรั่งเศส)

หนังดังที่สุดของเขาคงเป็น He Died with His Eyes Open ที่กวาดรางวัล César และมี Charlotte Rampling แสดงนำ แล้วก็เรื่อง Borsalino ภาคแรกซึ่งเคยชิงรางวัลลูกโลกทองคำและหมีเงินที่เบอร์ลิน

ถ้าจำไม่ผิดรู้สึก โจวเหวินฟะ หรือ สี่เหวินเฉียง นั้นเล่นบทของ Jean-Paul Belmondo ส่วน หลีเหลียงเหว่ย รับบทเดิม คือบท ติงลี่ ของ Alain Delon

ไม่แน่ใจว่า Borsalino ภาคแรกมีออกแผ่นลิขสิทธิ์ไทยหรือเปล่า
Borsalino and Co. บริษัทกำจัดแค้น (แผ่นดีวีดีของบริษัทแปซิฟิก ไอส์แลนด์)

หนัง Alain Delon นำแสดง หรือ กำกับเอง มีผลิตออกมาขายหลายเรื่องทีเดียว สมใจแฟนเก่าหรือยัง

8/21/08

Dawn of the Dead


Dawn of the Dead
1978, 126 นาที
นำแสดงโดย David Emge, Ken Foree, Scott H. Reiniger, Gaylen Ross
กำกับภาพยนตร์โดย : George A. Romero

แนะนำโดย ธเนศน์ นุ่นมัน

ท่ามกลางเสียบ่น (เบาๆ) ที่อึมครึมอบอวนรายรอบหนังเรื่อง Land of the Dead ของผู้กำกับ George A. Romero มาตั้งแต่ช่วงที่ออกฉายในโรง บ้างก็บอกว่าสนุกน้อยกว่าที่คิด ผู้ที่รู้ปูมหลังของผู้กำกับก็อาจจะบ่นว่าผู้กำกับ Romero น่าจะเลิกหากินกับซากศพได้แล้ว...ก็แล้วแต่จะพูดกันไป ในกรณีนี้สำหรับผม (คนเดียวก็ได้...เอ้า!) ที่ไม่ได้คิดว่า Land of the Dead จะเป็นหนังที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับ ผู้กำกับหรือต้นฉบับคลาสสิคของเขา

แต่อย่างไร ผมกลับคิดว่าเป็นบุญคุณล้นพ้นที่ Romero กลับมาสานต่อ จำลองโลกซอมบี้ในแบบของเขาให้ดูกันอีกครั้ง( อืม...เจ้าเก่า ดั้งเดิม ต้องรับประกันอะไรๆ ได้บ้างแหละน่า) และถ้าหากดูหนังซอมบี้ แล้วรู้สึกว่า (อย่างที่เกิดกับหนังซอมบี้ชวนแหวะเป็นจุดขายของผู้กำกับคนอื่นๆ) หงุดหงิดผิดหวังอย่างที่สุด ผมก็มักจะปลอบใจตัวเองว่า เอ้อ! จะเอาอะไรมากกับหนังซอมบี้หว่า?

เอาเป็นว่าเรามาย้อนตำนานซากศพเดินได้ของ Romero กันเสียหน่อยดีกว่า

หลังจาก Night of the Living Dead หนังสยองยามวิกาลที่ออกฉายในปี1968 เก็บเกี่ยวชื่อเสียงไปพอสมควร ผู้กำกับ George A. Romero (ซึ่งก่อนหน้านี้ วางมือจาก ซากศพเดินได้ไปทำหนังชิ้นเยี่ยมอย่าง The Crazies ปี1973 และ Martin ปี1976) ก็ตัดสินใจคลอดภาคต่อมาของหนังสกุล‘Dead’ ที่ว่าด้วยเรื่องของซากศพเดินได้ออกมาเสียที (หลังจาก Dawn of the Dead ฉบับนี้เขายังสร้างภาคต่อที่ชื่อว่า Day of the Dead ก่อนจะให้กำเนิดฉบับล่าสุดอย่าง Land of the Dead) Romero ทิ้งให้แฟนๆ ต้องรอนับสิบปี สิบปีที่ขัดเกลาเรื่องของซากศพเดินได้ให้สุกงอม ข้นคลั่ก

ในภาคนี้เขาใช้ชื่อว่า Dawn of the Dead และด้วยทุนที่หนาขึ้นทำให้เขาสามารถขยับขยายขนาดของหนังให้ใหญ่ขึ้นไปด้วย –เม็ดเงินทำให้เขาได้โอกาสในการย้ายสถานที่เกิดเหตุไปยังที่ที่หรูหราโออ่าขึ้น ครั้งนี้เขาเลือกห้างสรรพสินค้าเป็นที่มั่น ที่คุมขัง ตัวละครหลักของเขา และยังใช้ฟิล์มสีในการถ่ายทำอีกด้วย

Dawn of the Dead เป็นเรื่องของคนสี่คน ที่ตัดสินใจลงเรือลำเดียวกัน (อันที่จริงแล้วเป็นเฮลิคอปเตอร์) เพื่อเอาตัวรอดจากเหล่าซอมบี้กระหายเลือด ซึ่งบัดนี้ยึดครองไปแทบทุกอณูของผืนแผ่นดิน เฮลิคอปเตอร์ของพวกเขามีน้ำมันไม่พอทำให้ต้องร่อนลงจอดบนดาดฟ้าของช็อปปิ้งมอลล์ - ที่นี่นอกจากพวกเขาจะต้องรับมือกับเหล่าซอมบี้ ที่แม้ห้างปิดก็ยังไม่ยอมกลับบ้านแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญหน้ากับแก๊งกวนเมือง (แก๊งมอเตอร์ไซค์ สัญลักษณ์แห่งการกวนเมืองในระดับสากล) อีกด้วย

Dawn of the Dead ไม่ใช่หนังโผงผาง (มีบ้างก็บางช่วง) ซึ่งตรงกับเนื้อเรื่องเนื้อหาและเจตนาที่ Romero วางไว้แต่แรกนั้น คือการกวาดต้อนตัวละครไปสู่โลกที่ไม่วันสมบูรณ์พร้อม สำหรับมนุษย์ผู้หาเป้าหมายที่แท้จริงไม่มีวันเจอ บางที Romero อาจจะกำลังสร้างภาพเปรียบเปรยระหว่างปรากฏการณ์ซอมบี้กับโลกบริโภคนิยมแบบอเมริกันอยู่ ด้วยการขังตัวละครไว้โลกที่พร้อมสรรพสำหรับผู้บริโภค (ตามคำโฆษณาของทุกๆ ห้างสรรพสินค้าที่เราพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน) แต่ตัวละครของเขาก็รู้ได้ในที่สุดว่า นี่เป็นแค่เพียงโลกสมบูรณ์พร้อมปลอมๆ ที่จะหมดอายุลงในวันใดวันหนึ่ง และถ้าวันนั้นมาถึงอายุของพวกเขาในฐานะมนุษย์ก็จะพาลหมดลงไปด้วยในที่สุด

ถ้า ‘อเมริกันดรีม’ (หมายถึงคนปกติที่ยังมี ความฝัน ความหวัง ทางเลือก เป้าหมายที่ล่องลอยอยู่ในอนาคตในที่ที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตต่อไป) นั้นฟุ้งเฟ้อ โรแมนติค มากเรื่อง เอาใจยากเกินไป ‘อเมริกันคอนซูมเมอร์’ (ณ กรณีนี้ ในเรื่องนี้ ขออนุญาตตั้งขึ้นเองว่าเป็นซอมบี้- ผู้ซึ่งมีความชัดเจนในการบริโภค และเป็นขั้วตรงข้ามที่แท้จริงของคนปกติ ทุกคนที่เดินเหินอยู่ในเรื่อง) เรียบง่าย ชัดเจน เหมาะสมกับยุคสมัยกว่า ก็ในเมื่อฝัน (จะแบบอเมริกันหรือแบบไหนก็ได้) เป็นสิ่งเกินเอื้อมไปเสียแล้ว เราๆ ก็น่าจะยอมรับสถานภาพว่าง่าย แบบซอมบี้ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า Romero กำลังบอกเรากลายๆ ว่าถ้าเราไม่ต่อสู้ ไม่เข้มแข็งโลกนี้อาจจะเหมาะสำหรับคนแค่เพียงสองกลุ่ม ไม่กักขฬะแบบแก๊งมอเตอร์ไซด์ ก็แบบซอมบี้ผู้ว่าง่ายนั่นแหละ

แน่นนอน Dawn of the Dead ของ Romero ยังคงมีประเด็นการเมืองแอบแฝงอยู่ มันเป็นประเด็นที่แตกแขนงออกไปตั้งคำถามในวงที่กว้างขึ้น อันที่จริงแล้วแม้กระทั่ง Land of the Dead เรื่องใหม่ของเขาก็ยังมีการพูดถึงประเด็นนี้อยู่ แถม Romero ยังขยายอาณาเขตออกไปสู่การเมืองระดับสากลด้วยซ้ำไป ถ้าหากจะโฟกัสไปที่ประเด็นที่เขาเริ่มจะปล่อยให้เหล่าซอมบี้ใน Land of the Dead มีความรู้สึกนึกคิด (ตรงนี้เป็นการลดความเป็นอสุรกายลง) และทำท่าจะ อพยพไปหาดินแดนของตัวเอง ราวกับจะบอกอเมริกันชนว่า ช่วยลดการมองกลุ่มชนที่ต่างจากตนว่าเป็นแค่เพียงอสุรกายลงเสียบ้างก็น่าจะดี

หนังเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างใหม่เมื่อปี 2004 โดยใช้ชื่อเดียวกัน โครงสร้างของเรื่องก็คล้ายๆ กัน ที่ต่างกันลิบลับก็เห็นจะเป็นเรื่องของรายละเอียดต่างๆ จนไปถึงอาชีพของตัวละคร ฉบับรีเมคนั้น เปลี่ยนการเคลื่อนไหวของเหล่าซอมบี้จากที่เดินกันอย่างซึมกระทือ เป็นวิ่งควบได้ นั่น! ทำให้หนังมีดีกรีความบู๊เพิ่มขึ้น ตัวละครต้องขยับก้าวให้ว่องไวเพื่อหนีให้ทัน ก็ได้รสชาติที่ต่างกันไปอีกแบบ บางทีผู้กำกับ Zack Snyderในฉบับรีเมค ที่ได้ Romero มานั่งเก้าอี้ร่วมเขียนบทอาจจะตีความซอมบี้เสียใหม่ เพิ่มความว่องไวในการบริโภค ให้ใกล้เคียงกับความบ้าคลั่งในการบริโภคที่พอกโตขึ้นตามช่วงเวลาที่ผ่านมา ในจุดนี้เป็นมุมมองที่มีต่อซอมบี้ที่ต่างจาก Romero อย่างค่อนข้างชัดเจน เพราะซอมบี้ใน Land of the Dead ก็ยังคงเคลื่อนไหวช้าเช่นเดิม หากจะไม่ฟังดูเป็นการหาแง่งามที่ฟุ้งเกินความบันเทิง ผมยังคงเชื่อเสมอว่าหนังซอมบี้ เป็น ‘ปรากฏการณ์นามธรรม’ ที่น่าคิดไม่น้อย

(เดิมบทความนี้ตีพิมพ์ในนิตยสาร Movietime)

ศาลาเฉลิมรักษ์ ตอน Shohei Imamura

ศาลาเฉลิมรักษ์ ตอน Shohei Imamura

นี่คือหนังสุดเซอร์ไพร้ซ์ที่ไม่น่าเชื่อว่าเคยเข้าฉายในโรงหนังบ้านเรา

Pigs and Battleships (Hogs and Warships) หนังปี 1961 ของ โชเฮ อิมามูระ (Shohei Imamura) ผู้กำกับ 2 รางวัลปาล์มทองจาก Ballad of Narayama (1983) และ The Eel (1997)

ตอนฉายในโรงหนัง แค็ปปิตอล ที่เยาวราช (ปัจจุบันตัวโรงหนังยังอยู่แต่ปิดทำการ) ใช้ชื่อไทยว่า “ดอลล่าร์กับสาวน้อย”

คำโฆษณาภาษาไทยดั้งเดิมเขาว่า “ เปนเสือต้องไว้ลาย เปนชายต้องดูหนังอย่างนี้
และถ้าคุณเปนสุภาพสตรี......หนังอย่างนี้มีคุณค่าแก่ลูกผู้หญิง!”
เสียงในฟิล์ม บรรยายไทย-จีน

และประมาณ 20 กว่าปีที่แล้วได้กลับมาฉายในเทศกาลหนังญี่ปุ่น ที่ศูนย์วัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่นในชื่อเรื่องดั้งเดิม Pigs and Battleships ทำให้คนดูหนังต้องช็อคไปกับภาพตอนจบในความเอน็ดอนาถกลางฝูงหมู

ปัจจุบันเข้าใจว่ายังไม่มีผลิตเป็นดีวีดีบรรยายอังกฤษ หรือไทย

วีดีโอสามัญประจำบ้าน ตอน Julien Duvivier

วีดีโอสามัญประจำบ้าน ตอน Julien Duvivier
Golgotha

เห็นหนุ่มบางกระบืออยากฉายหนัง Jean Delannoy, Alexandre Astruc, Roger Leenhardt, Jean Gremillon อะไรเทือกนั้น ใครจะดูจ๊ะ แต่ดูให้ดี มีหนังของ Julien Duvivier หลุดมาบ้านเราเรื่องหนึ่ง ขนาดแผ่นลิขสิทธิ์มืองนอกยังไม่มีเลยนะเนี่ย

หนังขาวดำเกี่ยวกับชีวประวัติพระเยซูปี 1935 นำแสดงโดยดาราดังฝรั่งเศสยุคนั้น คือ Harry Baur และ Jean Gabin ฝีมือผู้กำกับ Julien Duvivier ซึ่งมีผลงานคลาสสิคอย่าง Pepe le Moko, Panique และ Anna Karenina (ฉบับฮอลลีวู้ด Vivien Leigh)

Golgotha ใช้ชื่อไทยว่า : กอลโกต้า (ค่าย Elephant Media Link)

8/20/08

วีดีโอสามัญประจำบ้าน ตอน Jess Franco

วีดีโอสามัญประจำบ้าน ตอน Jess Franco

หนังสยองขวัญของ เจสส์ ฟรังโก้ พากย์ไทยอีก 3 เรื่อง

สาบานได้ว่า ฟิล์มไวรัส ไม่ใช่แฟนหนังของ Jess Franco แต่เอ้า ฉลองศรัทธาของแฟนหนังเหนียวแน่นของ Franco เสียหน่อย เผื่อจะมีแฟนของเขาในเมืองไทยบ้าง

Killer Barbys ใช้ชื่อไทยว่า : ร็อค....พลิกล็อค (ค่ายเจบิ๊กส์)
Diamonds of Killimanjaro ใช้ชื่อไทยว่า : ทาร์ซานสาวเพชรพิฆาต (ค่าย มูฟวี่ ฟิล์ม เอ็นเตอร์เทนเมนท์)
Justine ใช้ชื่อไทยว่า : ฝ่าวิกฤตชีวิตต้องสู้ (ค่าย Elephant Media Link) เรื่องนี้เป็นผลงานช่วงที่ดีที่สุดของ Franco และมีดาราอย่าง Jack Palance และ Klaus Kinski (แสดงเป็น Marquis de Sade นักเขียนต้นตอคำว่า Sadist

นอกจาก 3 เรื่องนั้นแล้ว หนัง Jess Franco ที่มีเผยแพร่ในเมืองไทยก็เช่น The Female Vampire ซึ่งเป็นผลงานที่เด่นที่สุดเรื่องหนึ่งของเขา

วีดีโอสามัญประจำบ้าน ตอน Lucio Fulci

วีดีโอสามัญประจำบ้าน ตอน Lucio Fulci

หนังสยองขวัญของ ลูชิโอ้ ฟูลชี่ ในเวอร์ชั่นลิขสิทธิ์ พากย์ไทย 2 เรื่อง

นอกจาก Zombi 2 ที่มีขายในเมืองไทยแล้วก็มี
Manhattan Baby ใช้ชื่อไทยว่า : คำสาปสยอง (ค่าย Elephant Media Link)
City of the Living Dead ใช้ชื่อไทยว่า : ศพกินคน (ค่าย CAPแปซิฟิกไอส์แลนด์ฟิล์ม)

วีดีโอสามัญประจำบ้าน ตอน Dario Argento

วีดีโอสามัญประจำบ้าน ตอน Dario Argento

หนังสยองขวัญของ ดาริโอ้ อาร์เจนโต้ แอบมีพากย์ไทยอีก 2 เรื่อง

ดาริโอ้ อาร์เจนโต้ (Dario Argento) ได้ชื่อว่าเป็น 1 ในปรมาจารย์หนังสยองขวัญสมัยใหม่คนสำคัญ แม้ว่า ฟิล์มไวรัส จะเบื่อเชียร์เขาแล้ว แต่ก็ยังดีใจที่มีหนังแผ่นวางขายใกล้บ้านคุณ

นอกจากแอบมี Suspiria พากย์ไทยแบบถูกลิขสิทธิ์ขายแล้วเมื่อก่อนหน้านี้ ตอนนี้ยังมี Deep Red (เดวิด เฮมมิ่งส์ พระเอก Blow Up นำแสดง) กับ Cat O’ Nine Tails ขายด้วย

Deep Red ใช้ชื่อไทยว่า : อำมหิต (ค่าย ชาร์ค พิคเจอร์ส)
Cat O’ Nine Tails ใช้ชื่อไทยว่า : ปฏิบัติการฆาตกรรม (ค่าย Elephant Media Link) เรื่องนี้เสี่ยงซื้อมาเพราะเห็นเขียนชื่อหนังเป็นภาษาอิตาเลี่ยนว่า Il Gatto A Nove Code และมีดาราอย่าง Karl Malden และ Catherine Spaak

(อย่าลืมหาอ่านเรื่อง Dario Argento และหนังสยองขวัญอื่น ๆ อีกมากมายได้ในหนังสือ ฟิล์มไวรัส เล่ม 4 ฉบับสางสำแดง)

อ่าน วีดีโอสามัญประจำบ้าน ตอน Dario Argento และ Asia Argento
http://twilightvirus.blogspot.com/2008/01/dario-argento-asia-argento.html

SYNC! MITOUT SOUND

THIRD CLASS CITIZEN presents
THIRD CLASS CINEMA : PROGRAMME 008

SYNC! MITOUT SOUND
: MIT OUT SOUND FILMS SHOWCASE


วินาทีนี้ ถ้าใครไม่รู้จักกลุ่ม MIT OUT SOUND FILMS ล่ะก็ ... ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะว่าพวกเขาคือกลุ่มคนทำหนังสั้นอิสระที่เพิ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ (และลึกลับพอสมควร) ไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน แต่แม้ว่าพวกเขาจะทำตัวลึกลับแค่ไหน รสประหลาดในหนังสั้นของพวกเขาก็ทำให้งานของกลุ่ม MIT OUT SOUND FILMS ค่อยๆ เผยโฉมตามงานฉายต่างๆ และเริ่มมีคนพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ

MIT OUT SOUND FILMS ประกอบไปด้วยสามหนุ่มสามมุม

1. จักรวาล นิลธำรงค์
เจ้าของผลงานเรื่อง A Voyage of Foreteller ที่หยุดความสนใจของหลายคนได้ในเทศกาลหนังสั้นปีที่แล้ว จักรวาลเคยได้รับทุนไปเป็น Artist in Resident จาก Rijksakademie ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ปัจจุบันเขายังผลิตงานออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น Unified Field, Paradoxism และ Parallel Journey ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า ‘จักรวาล’ ของจักรวาลนั้นยังมีอะไรให้เราได้ออกสำรวจอีกเยอะ

2. พุทธิพงษ์ อรุณเพ็ง
ภาพของอาสีเทาเป่าขลุ่ยในหนังเรื่อง ‘รักพอเพียง’ ยังคงเป็นที่จดจำของคนที่ได้ดูหนังสั้นเฉลิมพระเกียรติเมื่อปีก่อน แต่ครั้งนี้พุทธิพงษ์จะกลับมาเพื่อสร้างภาพใหม่ในหนังเรื่อง Our Monument หรือ อนุสาวรีย์แห่งความรัก ซึ่งคนที่ได้ดูแล้วพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘จี๊ด’ สุดๆ ขณะนี้พุทธิพงษ์ได้รับทุนจาก Japan Foundation ไปทำโปรเจ็คต์งานศิลปะที่ญี่ปุ่นเป็นเวลาหนึ่งปี

3. ชาติชาย ไชยยนต์
ทีมคอสตูมประจำกองถ่าย ล่าสุดเขาอยู่ฝ่ายเสื้อผ้าของหนังฟอร์มยักษ์เรื่อง ‘ปืนใหญ่จอมสลัด’ คราวนี้เขาขอลงมาทำหนังสั้นเองบ้างกับ Are You Rolling? ว่ากันว่าฉากสุดท้ายของหนังทำให้คนดูอยากกินแกงป่าขึ้นมาทันที (!?)

เมื่อเขียนมาถึงตรงนี้แล้ว เราคิดว่าการที่คุณยังไม่รู้จัก MIT OUT SOUND FILMS ก็ไม่แปลกหรอก แต่มันจะแปลกมาก ถ้าคุณไม่อยากรู้จักกับพวกเขามากกว่านี้!


SYNC! MITOUT SOUND
ฉายวันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2551
เวลา 19.00 น. / BIOSCOPE THEATER (ซ.รัชดา 22 / MRT รัชดา ประตู 4)
พูดคุยกับชาว MIT OUT SOUND FILMS (แบบ with sound) หลังฉายจบอย่างสนุกสนาน

ชมฟรี ไม่ต้องจองที่นั่งเจ้า

รายละเอียดอีกมากมายที่
http://thirdclasscitizen.exteen.com/
http://thirdclasscitizen.hi5.com/

สอบถาม
thirdclasscitizen@hotmail.com / 089-685-5253


*MIT OUT SOUND หรือ MOS แปลว่า ฉากๆ นั้นสามารถถ่ายทำได้โดยไม่ต้องบันทึกเสียง มีความเชื่อตลกๆ เล่าขานเกี่ยวกับการกำเนิดของคำๆ นี้ว่า มันเริ่มจากชาวเยอรมันคนหนึ่งพูดอังกฤษไม่ชัด เลยเพี้ยนจาก without sound กลายเป็น mit out sound ไปโดยปริยาย

โปรแกรมฉาย

ภาพยนตร์สั้นโดย ชาติชาย ไชยยนต์
- Are You Rolling? (HD / 15 min / Color / 2008)

ภาพยนตร์สั้นโดย พุทธิพงษ์ อรุณเพ็ง
- R Train (DV / 9 min / Color / 2006)
- รักพอเพียง (16 mm film transferred to DV / 15 min / Color / 2007)
- Our Monument (HD / 10 min / Color / 2008)
- My Image Observe Your Image, If It Possible To Observe It. (6 min / 2008)

ภาพยนตร์สั้นโดย จักรวาล นิลธำรงค์
- Dripping (2 Channel Video / 7 min / Color / 2004)
- pARadoXisM (16mm film transferred to DV / 4 min / Color / 2007)
- A Voyage of Foreteller, Pilot ‘07 (HD / 8 min / Color 2007)- Parallel Journey (8 min / 2007)

8/17/08

LITTLE MIME PROJECT

GTH* และ คณะละครพระจันทร์เสี้ยว เต็มใจเสนอ
LITTLE MIME PROJECT
ละครใบ้แบบ chill chill บรรยากาศสบายใกล้ชิดติดลมหายใจ เป็นกันเอ๊ง เป็นกันเอง ครี้นเครง กิ๊วก๊าว กิ๊ว กิ๊ว เอิ๊ก อ๊าก 555

วันที่ 8-10, 12-17 และ 21-24 สิงหาคม 2551 เวลา 19:30 น. ที่ โรงละครพระจันทร์เสี้ยว สถาบันปรีดี พนมยงค์ สุขุมวิท 55

วันเสาร์-อาทิตย์เพิ่มรอบ 14:30 น. บัตรราคา 300 บาท

โครงการประกวดหนังสั้นสีรุ้ง ครั้งที่ 1

ขอเชิญคนทำหนังสั้นที่เกี่ยวกับประเด็นเกย์/เลสเบี้ยน/ทรานเจนเดอร์ ร่วมเทศกาลหนังสั้น LGBT

เนื่องจาก โครงการหนังสั้นสีรุ้ง ครั้งที่ 1 จะจัดงานเทศกาลหนังสั้นเล็กๆ เกี่ยวกับ ประเด็น เกย์เลสเบี้ยนทรานเจนเดอร์ขึ้น (Thai queer short film) ในวันที่ 20-21 กันยายน 2551 ที่หอศิลป์กรุงเทพมหานคร (อยู่ระหว่างติดต่อ)

จึงอยากชวนคนทำหนังสั้นทุกๆ คน ที่ทำหนังสั้นเกี่ยวกับประเด็น LGBT นำหนังมาฉายในเทศกาลนี้ด้วยกันค่ะ
ใครที่สนใจ แวะไปอ่านรายละเอียดที่เว็บ http://www.thaiqueershortfilm.net/ ได้นะคะ หรือติดต่อที่ โทร. 085-041-8477 ค่ะ

8/16/08

ศาลาเฉลิมรักษ์ ตอน Yukio Mishima

ศาลาเฉลิมรักษ์ ตอน Yukio Mishima

(ต่อเนื่องจากข่าวเกี่ยวกับ ยูกิโอะ มิชิม่า ก่อนหน้านี้http://twilightvirus.blogspot.com/2008/08/yukio-mishima-metropolis.html)

สาวเปลือยเกาะไข่มุกด์ สร้างจากนิยายของของ Yukio Mishima นักเขียนญี่ปุ่นที่แต่งหนังสือและปฏิบัติการฮาราคีรีคว้านไส้ตัวเองจนก้องโลก

หนังเคยฉายในเมืองไทยด้วยจึง ขอบันทึกไว้ ณ ที่นี้ (ในหน้าโฆษณาเก่านี้ยังระบุชื่อของ ยูกิโอะ มิชิม่า ด้วย)

* * * อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mishima ได้ที่ M = Mishima ในหนังสือ Bookvirus เล่ม 1 จัดพิมพ์โดย ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) * * *