9/11/11

เรื่องของยอดบรรณาธิการ

นิตยสาร a day คัดเลือกบรรณาธิการหนังสือหัวแถวของทุกวงการ



คู่หูตุนาหงันแห่งนิตยสารหนังจัดหนัก Bioscope – สุภาพ และ ธิดา

มหาตำนานบรรณาธิการ “โลกหนังสือ” และ “ช่อการะเกด” (กับบทบาทใหม่นักทำหนังทดลอง และ 1 ใน 5 นักเขียนโจทย์หนังโดมิโน่) - สุชาติ สวัสดิ์ศรี / สิงห์สนามหลวง

(ภาพจาก a day magazine)

9/7/11

ทีนทับ ทีนท้อง (รักจัดหนัก)

ทีนทับ ทีนท้อง

โดย ทินพัฒน์ บัญญัติปิยพจน์

วันที่ผมไปดู ‘รักจัดหนัก’ นั้นเป็นวันแรกที่หนังเข้าฉาย ภายในโรงมีคนไม่ถึงกับหนาตา ประมาณว่าเกือบครึ่งโรง เหลียวมองไปรอบกายพบว่ามีแต่นักศึกษาเต็มไปหมด พวกน้องๆ มากันเป็นทีม ส่วนผมฉายเดี่ยวและน่าจะเป็นคนที่แก่ที่สุดในโรง สองชั่วโมงของการดูหนังครั้งนี้มีเสียงหัวเราะคิกคัก รวมถึงการแซวหนังเป็นระยะๆ อย่างเบาๆ พองามคลออยู่ตลอด ผมไม่ได้รำคาญนะครับ แต่กลับรู้สึกว่ามันสนุกชวนให้รื่นเริง เหมาะกับโทนของหนังเป็นอย่างยิ่ง ถือว่าเป็นบรรยากาศในการดูหนังที่สนุกเป็นพิเศษครั้งหนึ่ง

ผมอยากเรียก รักจัดหนัก ว่าเป็นงาน ‘หริมลอง’ เพราะมันเกิดจากการผลักดันของ สุภาพ หริมเทพาธิป บรรณาธิการบริหารนิตยสารหนัง Bioscope ที่อยู่มาวันนึงเกิดของขึ้น นึกอยาก ‘ออกไปเดิน’ เขาจึงออกไปเดินอยู่ปีกว่าๆ และผลที่ได้กลับมาก็คือ รักจัดหนัก หรือในชื่อภาษาอังกฤษแสนสะดุดใจว่า Love, Not Yet

เป็นเวลาหลายปีที่สุภาพคอยเป็นกำลังสนับสนุนให้เกิดโปรเจ็กต์หนังสั้นที่มีประเด็นทางสังคมขึ้นมามากมาย เมื่อถึงจุดอิ่มที่เขาบอกว่า หนังสั้นไม่เป็นสาธารณะเพียงพอ เข้าไปไม่ถึงกลุ่มคนดู และหนังยาวน่าจะเป็นคำตอบที่ทำให้ประเด็นสาธารณะถูกโยนสู่สาธารณะได้ดีกว่า เขาก็ไม่ลังเลที่จะทำมันทันที และประเด็นแรกที่เขาหยิบขึ้นมาทำก็แรงทันที เพราะมันว่าด้วยเรื่อง ‘วัยรุ่น กับท้องที่ไม่พร้อม’

และผลตอบรับแรกที่ รักจัดหนัก ได้รับก็แรงทันทีเช่นกัน เมื่อทีเซอร์แรกของมันถูกปล่อยสู่โลกออนไลน์ได้ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงดี

มันโดนข้อกล่าวหาในมาตรา ‘เป็นพิษร้ายบ่อนทำลายโลกและศีลธรรมอันดีงาม รวมถึงยั่วยุ เสนอแนะ ผลักดัน และนำทางเยาวชนไปสู่หนทางอันผิดบาป’ จากบรรดาคณะผู้ปกครองผู้ห่วงใยในบุตรหลาน สังคม และประเทศชาติบ้านเมือง

ผมมักจะแปลกใจอยู่เสมอนะครับ เวลามีใครออกมาต่อว่าหนังในลักษณะแปลกๆ ง่าย ๆ เช่นนี้ อย่าว่าแต่คณะนักเต้นแร้งเต้นกาเหล่านี้ได้ดูไปเพียงหนังตัวอย่างสั้นๆ เท่านั้น ก็ออกมาวินิจฉัยกันเสียแล้ว ถ้าดูหนังจบแล้วไม่พอใจ อยากด่าก็ว่าไปอย่าง ผมจึงอยากเรียนถามไปยังท่านเหล่านี้ว่า ถ้าลูกรักวัยเรียนของคุณตั้งท้อง หรือไปทำให้ใครท้อง พวกท่านจะทำอย่างไร? คิดง่ายๆว่าเป็นเพราะลูกเราไปดู Love, Not Yet มาอย่างนั้นหรือ? ถ้ามันง่ายขนาดนั้นก็ล่ามโซ่ ใส่ปลอกคอลูกคุณไว้กับบ้านเถอะครับ เพราะอะไร ๆก็ล้วนเป็นภัยร้ายต่อลูกคุณได้ทั้งสิ้น วันนึงถ้าเกิดลูกของคุณเอามีดไปไล่ฟันใครเข้า คุณก็คงโทษว่าเป็นเพราะลูกคุณไปดู Conan The Barbarian มา...ใช่มั้ยครับ?

กล่าวโดยรวม รักจัดหนัก เป็นเรื่องรักสามคู่ที่พูดถึง วัยรุ่น เซ็กส์ และท้องอันไม่พึงประสงค์ แม้ทั้งสามตอนจะพูดถึงสิ่งเดียวกัน แต่มีประเด็นปัญหาที่แตกต่างกันไปในแต่ละตอน มีความหนักหน่วงไม่เท่ากัน แต่ล้วนเป็นปัญหาที่ใหญ่ยิ่งในชีวิตของวัยรุ่นไม่แพ้กัน หากเปรียบเป็นมวย นี่ก็คงเป็นมวยชิงแชมป์ทั้งสามคู่ แม้จะมีพิกัดอยู่คนละรุ่น แต่สำหรับตัวนักชกแล้ว ความโหดล้วนไม่เป็นรองกัน

รุ่นเฟเธอร์เวท : แอน VS วิท
ไปเสม็ด เสร็จเมนส์ไม่มา

ปัญหาเล็กๆเช่น ‘เมนส์ไม่มา’ นี้ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทันที เมื่อมันมีองค์ประกอบเสริมคือ ‘ไม่ได้คุม’
นี่คือปัญหาพื้นฐานที่สุดที่คู่รักครึ่งโลกล้วนเคยประสบพบเจอมา บ้างก็โชคดี บ้างก็โชคร้าย ที่พึ่งสุดท้ายของคู่รักที่กำลังเผชิญกับปัญหาแบบนี้ก็คือ ชุดตรวจการตั้งครรภ์

แอน (ศิตา มหารวิเดชากร) และวิท (ศิศรินทร์ ผลยงค์) กำลังรอ รอเพื่อให้ถึงระยะเวลาที่ตรวจแล้วได้ผลชัวร์ แต่บางครั้งการรอโดยไม่รู้ชะตากรรมก็โหดร้ายยิ่งกว่าการทราบผลเสียอีก ทั้งสองจะผ่านช่วงเวลาแห่งความเครียดนี้ไปได้อย่างไร? คู่หวานจะยังคงความหวานอยู่ได้หรือไม่? หากท้องแล้วจะทำยังไง? คงไม่มีใครตอบได้นอกจากแอนและวิท

รุ่นมิดเดิลเวท : อิ๋ง VS ม่อน
เป็นเมียไม่ง่าย เป็นแม่ยิ่งไม่ง่าย

อิ๋ง (วรรณิศร เลาหมนตรี) กับม่อน (รัชพล แย้มแสง) อาศัยอยู่ในหมู่บ้านต่างจังหวัด ในหมู่บ้านแบบนี้ใครทำอะไรที่ไหน ทุกคนจะรู้กันหมด ไม่มีใครปิดบังอะไรใครได้ ดุจดั่งทุกคนเป็นญาติสนิทมิตรสหายกันก็ปาน

บ้านอิ๋งเป็นร้านชำวิปโยค เป็นแหล่งช็อปปิ้งประจำหมู่บ้าน เป็นร้านอาหาร เป็นจุดนัดพบ และเป็นดิสโก้เธคในยามค่ำคืน

อิ๋งกับม่อนผ่านขั้นตอนการรอผลมา 9 เดือนแล้ว ม่อนตัดสินใจรับผิดชอบกับพุงกลมๆ ของอิ๋ง และย้ายมาอยู่ที่บ้านอิ๋ง ทั้งสองคือคู่รักคู่หลบประจำหมู่บ้าน ไม่มีใครเห็นทั้งสองมาเนิ่นนานแล้ว เพราะอิ๋งและม่อนเอาแต่หลบอยู่ในห้องด้วยความอับอาย ไม่ยอมพบเจอใครทั้งสิ้น แต่จะหลบได้นานแค่ไหน? ความรักจะดำเนินต่อไปอย่างไร? ใครจะลากพวกเค้าออกมา? และในเมื่อสองคนช่วยกันยังล้างตูดเด็กไม่สะอาด แล้วทั้งสองจะเป็นพ่อแม่ชนิดใดกัน? คงมีแต่เวลาเท่านั้นที่เป็นเครื่องพิสูจน์

รุ่นเฮฟวี่เวท : นัท VS ราฟฟี่
ทอมแฮ้ง ทอมแท้งไม่แท้ง

นัท (อริสสรา เลอมวณ) ยืนอยู่ที่จุดกึ่งกลางระหว่างแอนและอิ๋ง อาจกล่าวได้ว่าสถานการณ์ของนัทนั้นหนักที่สุดในสามคู่ เธอท้องเพราะเหล้า เสียตัวให้ราฟฟี่ด้วยความเมา มิใช่ความรัก หนำซ้ำเธอยังเป็นทอมอีกต่างหาก แต่เธอก็กล้าพอที่จะบอกเรื่องนี้กับแม่ ซึ่งอาจเป็นเพราะแม่เธอเป็นคนใจเย็น ใจดี และเป็นผู้ฟังที่ดี (ผมชอบ จินตหรา สุขพัฒน์ ในบทนี้มากๆครับ) แม้ทั้งสองจะมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับทางออก แต่นั่นก็ดีกว่าที่จะต้องเก็บเงียบไว้มิใช่หรือ?

หากฟังแต่เนื้อเรื่องของ รักจัดหนัก คุณอาจเข้าใจว่านี่เป็นหนังดราม่าสุดซีเรียส ไม่นะครับ มันเป็นหนังที่ตลกมาก เพียงแต่มันเป็นตลกอันขมขื่น ผสมอารมณ์ขันกับความเศร้าใส่ลงในขวดเดียวกัน แล้วเขย่าจนเนื้อเนียนน่ากิน เป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากๆครับ ส่วนตัวแล้วผมคิดว่านี่เป็นหนังที่หวังดีและจริงใจกับวัยรุ่นที่สุดเรื่องหนึ่ง ไม่ได้ชอบหนังไทยมากขนาดนี้มานานแล้ว ดีใจครับที่มีผู้กำกับรุ่นใหม่ที่น่าให้กำลังใจเกิดขึ้นอีกหกคนแล้ว

หลังจากหนังจบลงมีเสียงครางฮือมาจากกลุ่มวัยรุ่นเบาๆ พอมาย้อนคิดดูแล้วผมเชื่อว่าเสียงฮือนั้นมาจากลักษณะที่เป็นปลายเปิดของหนัง ซึ่งดีจังครับ หนังมันจะได้ไม่จบอยู่แค่ในโรง

ดูแล้วอยากทำหนังบ้างครับ

ผู้กำกับแต่ละตอนใน “รักจัดหนัก”
ไตเติลซีเควนซ์ : เมธัส ฉายชยานนท์
ไปเสม็ด : ไพรัช คุ้มวัน / ภาส พัฒนกำจร
เป็นแม่เป็นเมีย : อนุชิต มวลพรม
ทอมแฮ้ง : อินทิรา เจริญปุระ / ชาคร ไชยปรีชา

(ตีพิมพ์ในนิตยสาร Vote กันยายน 2554)

9/5/11

เส้นด้ายในความมืด....จงประคองเส้นด้ายแห่งสัจจะสู่แสงปลายทาง




ฟิล์มไวรัส นิยมคนที่กล้าจับงานละครอิงโบราณ ไม่ว่าจะเป็นกรีก อังกฤษ แล้วปรุงใหม่สไตล์ modern แบบที่ Derek Jarman เคยทำหนังจากละครของ Christopher Marlowe และ Shakespeare ในรูปแบบ modern dress มาแล้ว และนี่น่าจะเป็นครั้งแรกของ A Thread in the Dark ในรูปแบบการแสดงแบบ modern dress

...เส้นด้ายในความมืด
A Thread in the Dark
Original play by Hella Haasse
แปลโดย ศรวณีย์ สุขุมวาท
กำกับการแสดงโดย สินีนาฏ เกษประไพ / พระจันทร์เสี้ยวการละคร

“การนิ่งเงียบคือการยอมรับ”

การไม่ตั้งคำถามต่อการใช้อำนาจ คือการสมรู้คนผิด
การร่วมหัวจมท้ายกับคนและคำโกหก คือการสมคิดปกปิดความจริง

ถ้า Ibsen, Strindberg และ R. W. Fassbinder ให้คำจำกัดความของผู้หญิงยุคก้าวหน้าใต้การปกครองในศตวรรษต่าง ๆ ได้อย่างงดงามแล้ว เฮลล่า ฮัสเซ่อ (Hella Haasse) ก็ได้ให้นารีนิยามอีกบทที่น่าทึ่งไม่น้อยไปกว่า และนี่คือละครแห่งปีที่ครบถ้วนทุกเฉดสีทางพฤติกรรม มากมุมด้วยวิถีการตีความที่เหมาะเหม็งกับการเมืองทุกยุคสมัย

ละครของ เฮลล่า ฮัสเซ่อ นักเขียนชาวดัทช์ เป็นงานชิ้นเอกอีกเรื่องที่ สินีนาฏ เกษประไพ นำเสนอได้อย่างแยบคายและทรงพลัง ด้วยบทละครที่สะท้อนภาพกลวงโบ๋ของเหล่าวีรบุรุษและผู้ปกครอง ซึ่งกู่ก้องสถาปนาปักฐานอำนาจตัวเองอยู่บนไหล่ประชาชื่น (มื่น) ได้ถึงทุกวันนี้ด้วยคำลวง หนทางแห่งความจริงซึ่งเลือกที่จะเร้นกายดีกว่า ถ้ามันนำมาซึ่งผลประโยชน์และความอยู่รอดของบัลลังก์อำนาจ มันเป็นดั่งศิลายักษ์ที่แม้แต่ความรักและเส้นด้ายอันบอบบางยังไม่อาจนำทางออกจากความมืด ศรัทธาและความบริสุทธิ์ที่หวังจะแลกมาซึ่งสัจธรรมเป็นของฟุ่มเฟือยที่โลกไม่ต้องการ แต่อย่างไรคนที่ซื่อสัตย์กับตนเองก็ยังใฝ่หา แม้รู้ว่าปลายทางอาจเป็นเพียงฝันแล้ง

ฟิล์มไวรัส ขอแซ่ซ้องแก่ผู้ที่ยังคงศรัทธา แม้จะแพ้พ่าย

อย่าพลาดชมเด็ดขาด
เช็ครอบและวันแสดงได้ที่:
http://twilightvirus.blogspot.com/2011/08/thread-in-dark.html

เกี่ยวกับผู้แต่งบทละคร Hella Haasse: http://en.wikipedia.org/wiki/Hella_Haasse

Eternally Yours ศิวโรจณ์ คงสกุล

เชียร์กันแบบไม่กลัวออกนอกหน้า "ที่รัก" หนังของ ศิวโรจณ์ คงสกุล หนังรักหัวใจจริงไม่มีตู่หลอกกัน หนังของหัวใจที่อยากให้ชม ไม่ต้องแอ็คอาร์ตปรัชญา beginners อ่อนหัดเหมือนหลักสูตร Philosphy MV 101 = หนังปาล์มทอง Tree of Life

"ที่รัก" พร้อมเข้าฉายที่ SF เซ็นทรัลเวิล์ด 8 กันยายนนี้ (แบบจำกัดรอบ)

อ่านบทสัมภาษณ์ ศิวโรจณ์ และนักแสดง “ที่รัก” ได้ที่:
http://www.onopen.com/filmvirus/11-02-03/5720

Eternally Yours
อินดี้แต่แมส

THIRD CLASS CITIZEN ร่วมกับโรงภาพยนตร์ SF WORLD CINEMA ขอเสนอ

THIRD CLASS CINEMA 029 : ETERNALLY YOURS
(Sivaroj Kongsakul Retrospective)

THIRD CLASS CINEMA 029 : ETERNALLY YOURS ฉายหนังสั้นของ ศิวโรจณ์ คงสกุล ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง ‘ที่รัก’ (Eternity) ที่คว้ารางวัลไทเกอร์อวอร์ดส์จากเทศกาลภาพยนตร์ร็อตเตอร์ดาม และมีกำหนดฉายในโครงการ Director’s Screen 2011 ที่เอสเอฟเวิลด์ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน เป็นต้นไป

ในงานจะเป็นการจัดฉายภาพยนตร์สั้นของศิวโรจณ์เพื่อให้เห็นถึงตัวตนและพัฒนาการของเขาก่อนจะมาทำหนังยาวเรื่อง ‘ที่รัก’ โปรแกรมนี้มีหนังเรื่องสำคัญ เช่น ‘เหมือนเคย’ (Always) ที่ได้รับรางวัลชมเชยและนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากงานเทศกาลหนังสั้นมูลนิธิหนังไทยครั้งที่ 11 (ปี 2550) และ ‘เสียงเงียบ’ (Silencio) ได้รับรางวัล Jury Mention จากเทศกาลหนังแคลร์มองต์เฟอร์รองด์ครั้งที่ 30 (ปี 2551) ซึ่งถือเป็นเทศกาลภาพยนตร์สั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ขณะนี้ศิวโรจณ์กำลังพัฒนาบทภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องที่สองของเขาที่ชื่อว่า ‘อรุณกาล’ โดยช่วงเดือนมีนาคมถึงสิงหาคมที่ผ่านมา เขาได้ไปใช้ชีวิตที่กรุงปารีสในโครงการศิลปินพำนัก The Residence’s by Festival de Cannes-Cinefoundation ของเทศกาลหนังเมืองคานส์

ชมหนังของศิวโรจณ์ พร้อมพูดคุยกับเขา ในวันเสาร์ที่ 17 กันยายน 2554 เวลา 16.00 เป็นต้นไป ณ ลานชั้นบน ร้าน Eat@Double U โรงภาพยนตร์เอสเอฟเวิลด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 9 (ดูรายละเอียดสถานที่ที่ http://thirdclasscitizen.exteen.com/third-class-venues)

งานนี้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และไม่ต้องสำรองที่นั่ง มาที่งานได้เลยจ้า

รายละเอียดเพิ่มเติม
http://thirdclasscitizen.exteen.com/
http://www.facebook.com/thirdclasscitizen

สอบถามเพิ่มเติมที่ 089-685-5253

9/4/11

เทศกาลหนัง 70 มม.


ในยุคที่โรงหนังทั่วโลกเห่อดิจิตอลและกำลังจะเลิกฉายฟิล์ม
แต่ปลายเดือนนี้-เดือนหน้า ที่เมืองซีแอ็ตเติล เขาจัดเทศกาลหนัง 70 มม. - ฟิล์มขนาดยักษ์ที่หาโรงฉายได้ยากนักกระทั่งในเมืองนอก

ฉายหนังอย่าง The Sound of Music, West Side Story, คลีโอพัตรา, How the West was won, Lawrence of Arabia, My Fair Lady, Tron, Baraka (รวมทั้ง Playtime ของ ฌ้ากส์ ตาติ)

เว็บไซต์ : http://seattlecinerama.com/761/70mm-film-fest/

8/29/11

เก็บตกบทสัมภาษณ์หลัง The Future กับ Miranda July

“มันเป็นอาชีพที่ฉันเมคขึ้นมา แบบคงสนุกดีออกถ้าฉันได้งานที่เจอผู้คน แทนที่จะนั่งแกร่วหน้าคอมพิวเตอร์คิดแต่เรื่องตัวเอง ฉันคิดได้ว่าไม่มีกฎหมายข้อไหนห้ามไม่ให้ฉันโทรหาชาวบ้านนี่นา เบอร์ก็มีอยู่ตรงหน้าแล้วเนี่ย ฉันก็แค่ถามเขาว่าเขาขายอะไร แต่บางทีฉันคงถามเรื่องชีวิตสารตะของพวกเขาเสียมากกว่า ฉันจะเอาข้อมูลนี้ไปทำหนังสือ”

จากบทสัมภาษณ์ Miranda July ใน Modern Painters:http://www.artinfo.com/news/story/37793/newsmaker-miranda-july/?page=1)

“I’m not automatically interesting”
Miranda July, นิตยสาร Filmmaker Summer 2011

ถัดจากหนัง The Future เป้าหมายต่อไปของเธอคือเขียนนิยายสักเล่ม
ระหว่างรอเธอเขียนนิยายก็อ่านเรื่องสั้นของเธอใน “นารีนิยาม ”bookvirus ฟุ้ง 07 ไปพลาง ๆ ก่อน ในเล่มมีเรื่องแปลของ มิรานดา จูลาย ร่วมกับเรื่องสั้นผู้หญิงเขียนเกี่ยวกับผู้หญิงอีก 4 เรื่อง

8/27/11

Jorge Luis Borges หอสมุดบาเบล และเรื่องสั้นอื่น ๆ - bookvirus ฟุ้ง 08

อ่านเอกภพ ท่องวงกต

ถ้าไม่มีนักเขียนอย่าง ฆอรเฆ ลูอิส บอรเฆส คงไม่มี Post-Modern

Jorge Luis Borges เป็นต้นตออิทธิพลงานเขียนของ Italo Calvino, Umberto Eco, Orhan Pamuk, Julio Cortazar, Alain Robbe-Grillet และคนสำคัญอีกหลาย ๆ คน

รออ่านงานแปลหนังสือเขาได้ที่ bookvirus ฟุ้ง 08 หรือ

The library of Babel, the garden of forking paths and the other stories
หอสมุดบาเบล สวนแห่งทางแพร่ง และเรื่องสั้นอื่นๆ

Jorge Luis Borges
สิงห์ สุวรรณกิจ แปล


คำนิยมโดย ธเนศ วงศ์ยานนาวา

หอสมุดบาเบล สวนแห่งทางแพร่ง และเรื่องสั้นอื่นๆ - bookvirus ฟุ้ง 08 รวมเรื่องที่ยังไม่เคยแปลซึ่งเป็นแนวคิดเชิงเขาวงกตวรรณกรรมตามแบบฉบับที่นักอ่านทั่วโลกคุ้นเคย - ไม่ใช่เรื่องที่ แดนอรัญ แสงทอง (aka เชน จรัสเวียง) เคยแปลลงใน bookvirus 2 และ เพชฌฆาตข้างถนน

ระหว่างนี้อ่านแปลบทสัมภาษณ์ของ บอรเฆส ไปก่อนใน bookvirus เล่ม 2

คาดว่าน่าจะออกทันงานหนังสือตุลาคม 2554

8/25/11

เส้นด้ายในความมืด A Thread in the Dark

Democracy Theatre Studio and Crescent Moon Theatre present

Demo Classic Project a retelling of the myth

พระจันทร์เสี้ยวการละคร ร่วมกับ เดโมเครซี สตูดิโอ
เสนอ ละครเวที

เส้นด้ายในความมืด A Thread in the Dark ...ความรัก อำนาจ และภาพลวงตา...
บทละครโดย เฮลลา เฮสเส (Original play by Hella Hasse)
แปลโดย ศรวณีย์ สุขุมวาท
กำกับการแสดงโดย สินีนาฏ เกษประไพ ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง ปี 2551
นำแสดงโดย
ศิริธร ศิริวรรณ, เบ็น โกศลศักดิ์, ณัชศลิษฏา วัลย์ณัฐประภา, ลาภิณ เหล่าสุนทร
ร่วมด้วย กวินธร แสงสาคร, จิรัชพงศ์ เรืองจันทร์, เกรียงไกร ฟูเกษม, ลัดดา คงเดช, กอใจ อุ่ยวัฒนพงศ์ , รพีภัทร มานะสุนทร
นักดนตรี ศุภิสรา กิตติคุณารักษ์

เรื่องราวเทพปกรณัมกรีกเกี่ยวกับมิโนทอร์ในถ้ำอันลึกลับลาบิรินท์บนเกาะครีท ทุกปีกษัตริย์มีนอสแห่งครีทจะต้องจัดส่งชายหญิงเพื่อเป็นเครื่องสังเวยต่อมิโนทอร์ กระทั่งถึงคราวของ เธเซอุส เจ้าชายแห่งเอเธนส์ ซึ่งตกอยู่ภายใต้การปกครองของครีท ประกาศจะเอาชนะปีศาจร้าย โดยมีอารีอาดเน ธิดาแห่งกษัตริย์มีนอสแอบนำเส้นด้ายไปให้เธเอซุสหนีรอดออกมาจากความมืดภายในถ้ำลาบิรินท์ แต่เหตุการณ์นี้ถูกนำมาเล่าใหม่ผ่านสายตาของอารีอาดเน

“เส้นด้ายในความมืด” ด้วยฝีมือการแปลบทละคร โดย ผศ.ศรวณีย์ สุขุมวาท แห่งภาควิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำกับการแสดงโดย สินีนาฏ เกษประไพ แห่งพระจันทร์เสี้ยวการละครกับเรื่องเก่าที่ถูกนำมาเล่าใหม่ด้วยมุมมองของผู้หญิงที่สะท้อนความจริงเกี่ยวกับ ความรัก อำนาจ และภาพลวงตา

"ให้ข้าอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเจ็บปวด
ในโลกที่ความจริงมีความหมาย"

แสดงวันที่ 2-6 และ 8-12 กันยายน 54 รอบเวลา 19.30 น. แสดงที่ เดโมเครซี เธียเตอร์ สตูดิโอ (ซอย สะพานคู่, ลุมพินี)

ราคาบัตร 350 บาท
จองบัตรที่ Moon Reservation : 081 612 4769 & 084 647 4783
http://www.facebook.com/?ref=home#!/CrescentMoonTheatre

ขอเชิญร่วมแลกเปลี่ยนพูดคุยใน เสวนาหลังละคร "เส้นด้ายในความมืด"
วันเสาร์ 3 ก.ย.
Re telling of the Myth พูดคุยกับผู้แปลบท ผศ.ศรวณีย์ สุขุมวาท
และ วันเสาร์ 10 ก.ย. พูดคุยกับผู้กำกับ สินีนาฏ เกษประไพ
ดำเนินการเสวนาโดย อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา

8/23/11

เสาร์.....สะดวก กับหนัง ฌากส์ ตาติ (Jacques Tati)



อาจารย์ ทรงยศ แววหงษ์ ผู้แต่งหนังสือ “คนของหนัง” (สำนักพิมพ์ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ / ฟิล์มไวรัส) จัดรายการหนัง เสาร์...สะดวก รวบรวมผลงานหนังของ (และหนังที่เกี่ยวข้องกับ) Jacques Tati จำนวน 3 เรื่อง มาจัดฉายให้ชม (พร้อมร่วมสนทนาหลังหนังจบ)


สำหรับผู้ที่เคยอ่านงานเขียนแนะนำ Tati ของอาจารย์ในหนังสือฟิล์มไวรัส แนะนำผลงานผู้กำกับชั้นนำระดับโลก 8 คน คือเล่ม The 8 Masters นี่เป็นโอกาสดีของคุณ ที่จะได้ชมภาพยนตร์และพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกับอาจารย์

ขอเชิญทุกท่านติดตามชมได้ฟรี ที่ ห้องเรวัติ พุทธินันทน์ ชั้นใต้ดิน U2 สำนักหอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันเสาร์ที่ 27 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 12.30 น. เป็นต้นไป (มีเวลาพักระหว่างเรื่อง 10 นาที) และกรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่หอสมุดว่ามาดูหนัง เพื่อไม่ต้องเสียค่าเข้าห้องสมุด

ฌากส์ ตาติ (Jacques Tati) ผู้กำกับ-นักแสดงฝรั่งเศสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลกภาพยนตร์

ตาติ (1907-1982) ทำหนังเพียงไม่กี่เรื่อง แต่ทุกเรื่องของเขาสะท้อนอารมณ์ขันและความอ่อนโยนให้เห็นชีวิตของมนุษย์ และการเปลี่ยนของยุคสมัยได้อย่างกินใจ...ลึกซึ้ง


ภาพยนตร์ 3 เรื่องที่เรานำมาเสนอในคราวนี้คือ

Mon Ocle (1958 /116 min)
หนังชนะรางวัลปาล์มทอง พี่เขยของ ม.อูโลต์ (Mr. Hulot) เป็นเจ้าของโรงงานพลาสติกที่ทันสมัย บ้านและทุกคนในบ้านมีชีวิตที่ “ทันสมัย” ส่วน ม.อูโลต์ กลับเป็นตัวแทนของ "สังคมเก่า" แบบชาวบ้านนอกเมืองที่ชอบใช้ชีวิตเรียบง่ายกับลูกชายของพี่เขย จึงเป็นหน้าที่หนักหนาของพี่เขยที่พยายามจะทำให้อูโลต์ (ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับลูกชาย) นั้นทันสมัยขึ้นให้ได้

Play Time (1967/120 min )
หนังฝรั่งเศสลงทุนสูงที่ถ่ายทำด้วยภาพระบบ 70 มม. เรื่องนี้ขาดทุนย่อยยับ แต่ได้รับการยกย่องเป็นสุดยอดมาสเตอร์พีซเรื่องหนึ่งของโลกภาพยนตร์

ม.อูโลต์ นัดพบกับ “คนในตึกสมัยใหม่” ความซับซ้อนของอาคารทำให้อูโลต์คลาดกับคนๆ นั้นหลายครั้งหลายครา

อูโลต์ ถูกฝูงนักท่องเที่ยวเบียดไหลไปยังที่ต่างๆ ของปารีส ท้ายสุดทุกคนก็เป็นเพียงม้าหมุนในวงเวียน....เท่านั้นเอง

L’illusioniste (2010/80 min/animation)

อนิเมชั่นเรื่องนี้ Sylvain Chomet ดัดแปลงมาจากบทภาพยนตร์ของตาติ (ซึ่งอ้างอิงถึงชีวิตจริงของตัวตาติเองกับลูกสาว) เรื่องราวของนักแสดงมายากล ถูกเบียดตกจากเวทีการแสดงเพราะการมาของวงร็อคดนตรีสมัยใหม่ การร่อนเร่แสดงตามเวทีบ่อยจนถึงสก๊อตแลนด์ ทำให้เขาพบกับ เด็กหญิงคนหนึ่ง การพบกันของทั้งสองทำให้ชีวิตทั้งคู่เปลี่ยนไปตลอดกาล

8/15/11

“กระโดดโลดเต้น” ประดุจดาวดวงนั้น Dance Movement Twinkling

ประดุจดาววับวาว

ดุจดาว วัฒนปกรณ์ เธอเป็นทั้งนักแสดง ผู้กำกับ และ นักศิลปะบำบัด ที่รู้จักการใช้ร่างกายให้สัมพันธ์กับจิตใจของเธอมากที่สุดคนหนึ่งที่หาได้น้อยนักในเมืองไทย เธอได้บอกเล่าประสบการณ์การสอนบำบัดปลดล็อคความเครียด ด้วยวิธี Dance Movement Therapy จนทั้งเด็ก ทั้งผู้ป่วย และนักพยาบาลหลงรักเธอเกรียว และถ้าคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้คุณก็จะรู้จักความใส่ใจคนอื่น หรืออาจจะเข้าใจความรักในการแสวงหาความรู้ และอิสระของความเป็นไปได้ในศาสตร์และศิลป์ของการ รู้เต้น รู้ตื่น

บางส่วนจากหนังสือ “กระโดดโลดเต้น” With Dance Movement Psychotherapist ของ ดุจดาว วัฒนปกรณ์, สำนักพิมพ์ มันดา บุ๊คส์

ปรับบุคลิกภาพแบบระยะยาวด้วยการเรียนเต้น

คนเถรตรง ขวานผ่าซาก พูดจามะนาวไม่มีน้ำ เส้นโค้งในรำไทยคงช่วยให้วิธีคิดดูนุ่มนวล ประนีประนอม

คนไม่ค่อยระวังตัวเอง ปล่อยปละ ไม่รักษาระเบียบวินัย ไม่เคารพกฎ การเต้นคลาสสิก เช่น บัลเล่ต์ หรือโขน ก็จะช่วยส่งเสริมให้อยู่ในรูปในรอยขึ้น

คนไม่มีความมั่นใจ ขี้อาย ไม่แน่ใจถึงอัตลักษณ์ของตัวเองน่าจะไปเรียนเต้นอัฟริกัน

คนที่อยากหัดเรื่องมนุษยสัมพันธ์ การปรับตัว อ่อนด้วยเรื่องของชีวิตคู่ และการรับฟังผู้อื่น เรียนการเต้นลีลาศคงช่วยได้เยอะ

คนที่ใช้ชีวิตซ้ำๆ เหมือนกันทุกวัน เป๊ะทุกอย่าง น่าจะลองซัลซ่า เต้นไจฟว์ ไม่ก็แดนซ์คอนเทมเพื่อเพิ่มสีสันและอารมณ์ใหม่ๆ ให้กับชีวิตบ้าง

ชีวิตที่มีสุขภาพดี คือชีวิตที่สมดุล

(จาก “กระโดดโลดเต้น” ของ ดุจดาว วัฒนปกรณ์, สำนักพิมพ์ มันดา บุ๊คส์)

F_CK ทอง Damage Joy จาก B-Floor

งานใหม่ของกลุ่ม B-floor

สุขแสน หรือ แสบสันต์ .. คุณเลือกได้

Pleasure or Torture? Your Choice.

การแสดงแซ่บสันต์สุดมันส์ "สองเรื่องควบ!" จากบีฟลอร์
Two audacious creations in a "Double Bill" by B-Floor Theatre

F_ck ทอง

โดย ดุจดาว

บางทีหน้าที่ของศาสนาที่คนใ​นสมัยปัจจุจุบันใช้งาน​อยู่ อาจจะเป็นเพียงแค่ฟังก์​ชั่นที่ทำให้เรารู้สึกดี .. รู้สึกดีที่ได้ดิ้นรน ทน ทุกข์ ทรมาน กับอุปสรรคที่ดาหน้ากันเข้า​มาขัดขวางเส้นไปสู่ความสุขใ​นอุดมคติของเรา ดุจดาวจะชวนคุณกระโจนเข้ามา​ในเกมจิตวิทยาในแบบที่เธอถน​ัด สัมผัสสิ่งที่จะเกิดขึ้นสดๆ​ในการแสดง สร้างประสบการณ์ร่วมของคุณกับนักแสดง แล้วลองดูว่า..ระหว่างคุณกับก​ารแสดงในรอบนั้น จะทำให้ตอนจบออกมาเป็นอย่าง​ไร

นำแสดงโดย
ธีระวัฒน์ มุลวิไล, นพพันธ์ บุญใหญ่ ทองเกลือ ทองแท้ (เกลือ เบบี้ไมม์) และนักแสดงรับเชิญ สฤญรัตน์ โทมัส

+ Damage Joy

โดย นานา เดกิ้น

ได้รับแรงบันดาลใจจากคำภาษา​เยอรมัน “schadenfreude” (ชา-เดน-ฟรอย-เดอะ -- ความสุขที่มาจากความทุกข์ขอ​งผู้อื่น) ขอเชิญชวนทุกคนเข้าสู่โลกเท​พนิยายฝันหวานสุดโหด ทารุณกรรมเล็กๆ รุนแรงหน่อยๆ แต่ใส่ไม่ยั้ง โดยตัวละครสดใสดี๊ด๊าสุดแสบ​สันจากโลกมืด รับประกันความสนุกสุดเหวี่ย​งที่อาจจะเริ่มทำให้คุณสนุก​ไม่ค่อยออกในรูปแบบของฟิสิค​ัลคอเมดี้แบบตลกตีหัว

นำแสดงโดย
สุมณฑา สวนผลรัตน์, ศศพินทุ์ ศิริวาณิชย์, วิทุรา อัมระนันท์ และ ณัฐพล คุ้มเมธา (ทา เบบี้ไมม์)

21 กันยายน - 2 ตุลาคม 2554 (พุธ-อาทิตย์) เวลา 19.30น.
ที่ สถาบันปรีดี พนมยงค์, ซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55)
บัตรราคา 450 บาท ชมได้ทั้งสองเรื่อง
(ลด10% สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่จองเป็นกลุ่มตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป)

จองบัตรได้ที่ B-Floor Hotline : 089 167 4039

8/12/11

สัมภาษณ์ ศิวโรจณ์ คงสกุล ผู้กำกับ “ที่รัก” ในรายการ “ตอมแมลงวัน” ช่อง 9 อสมท

ศิวโรจณ์ คงสกุล ผู้กำกับ “ที่รัก” ในรายการ “ตอมแมลงวัน”

อย่างที่เคยเชียร์ไปแล้วจนออกนอกหน้า หนังที่มีความหมายต่อชีวิตใครที่สุดย่อมสำคัญกับชีวิตคนนั้นมากกว่าหนังที่ดีที่สุด

สัมภาษณ์ ตอน 1



และตอน 2



อ่านสัมภาษณ์เพิ่มเติมที่เว็บ onopen: http://www.onopen.com/filmvirus/11-02-03/5720

หนังจะเข้าฉายในเมืองไทย ประมาณ 8 กันยายน

8/10/11

พบรัก

ละครเวที เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความอบอุ่น จาก แปดคูณแปดครับ

http://youtu.be/IjkvUezoCoo


พบรัก
ละครเวที อ่อนโยน อบอุ่น กระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
ให้คุณรู้สึกถึงไอรัก ในวันที่เรายังต้องใช้ชีวิตต่อไป

พบรัก
เป็นละครเวทีเรียบง่ายแต่เต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึกในแบบของแปดคูณแปด
เขียนบทโดย นิกร แซ่ตั้ง และ จตุรชัย ศรีจันทร์วันเพ็ญ

กำกับโดย นิกร แซ่ตั้ง
แสดงโดย 4 นักแสดง มากฝีมือในวงการละครเวที

สมศักดิ์ ศิริพันธุ์
มนทกานติ รังสิพราหมณกุล
อาคีรา โหมดสกุล
จตุรชัย ศรีจันทร์วันเพ็ญ

จะรับบทบาทที่หลากหลายสลับกันไปใน 4 เรื่องราวของการพบเจอความรักในรูปแบบต่างๆ

เรื่องย่อ
ณ ร้านอาหารเล็กๆแห่งหนึ่ง ในช่วงเวลาต่างกันไป ผู้คนที่มาพบป่ะ เกี่ยวข้องกัน มีทั้ง คอลัมนิสต์นิตยสาร กับ เจ้าของบ้านที่ทำตามความต้องการของแม่ที่เสียชีวิตไปด้วยการยกบ้านเก่าให้เป็นหอศิลป์ หรือ มิตรภาพของคนแปลกหน้า ที่มีให้แก่กันในร้านกาแฟเล็กๆแห่งนี้ ยังมีสองสาวเพื่อนสนิท ที่นัดกินข้าวเพื่อระลึกความหลัง สมัย มปลาย และเรื่องตกหลุมรักของ พนักงานเสริฟ กับคู่สามีภรรยาที่มาฉลองครบรอบวันแต่งงานก่อนที่ร้านแห่งนี้จะเลิกกิจการ เรื่อราว การพบรักของพวกเขาจะดำเนินไปอย่างไป ติดตาม พบรัก ได้

แสดงที่ Blue Box Studio @ M theatre
19-20-21 สิงหาคม 2554 26-27-28 สิงหาคม 2554
ศุกร์รอบ ทุ่มครึ่ง เสาร์-อาทิตย์ รอบ บ่ายสอง และ ทุ่มครึ่ง

บัตรราคา 350 บาท (รอบละ 60 ที่เท่านั้น)
จองบัตร www.bananabooking.com โทร 0802600771 - 6

https://www.bananabooking.com/index.php?module=Booking&file=view&id=41