เสนอ
‘Flu - O - Less – Sense’

‘ไข้ประหลาดระบาดไทย’
“บางทีสังคมไทยอาจไม่ได้ต้องการเพียงแค่แสงไฟนีออนฟลูออเรสเซนส์ที่ส่องสว่างยามค่ำคืนหากยังต้องการแสงแห่งสัจธรรม แม้นั่นอาจเป็นเพียงแสงจากเปลวเทียนก็ตาม”
เตรียมพบกับ 5 รอบปฐมทัศน์ของการแสดงชุด ‘Flu- O – Less – Sense’ ของกลุ่มละครบีฟลอร์ก่อนบินลัดฟ้าไปเปิดการแสดง ณ Tokyo Metropolitan Art Space ประเทศญี่ปุ่น
‘Flu- O – Less – Sense’ ถูกสร้างสรรค์ในลักษณะของงาน Collage (ภาพปะติด) โดยเล่นกับการพ้องเสียงของหลอดไฟ ‘ฟลูออเรสเซนส์’ อันเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์คิดค้นเพื่อส่องแสงสว่างไล่ความมืด
เนื้อหาที่ปรากฏใน ‘Flu-o-Less-Sense’ นั้นเกิดจากกระบวนการ ‘เล่น-แยก-ตีความ’ คำแต่ละคำ ซึ่งหากมองอย่างผิวเผินแล้ว กลุ่มคำที่ดูเหมือนว่าไม่มีความหมายใดๆ เกี่ยวข้องกันเลยเหล่านี้ (Flu- O – Less – Sense) กลับสะท้อนภาวะที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทยปัจจุบันได้อย่างน่าประหลาด
ฤาการใช้ความรุนแรงครั้งแล้วครั้งเล่าในสังคมไทยจะเหมือนกับไข้หวัดที่ ระบาดกันข้ามปีตั้งแต่ปีพ.ศ. 2519 – 2553, ฤาความขัดแย้งต่างๆนานาที่เกิดขึ้น แท้จริงแล้วไม่ได้มีความหมายใดๆ สำหรับผู้ที่มองลงมา
“บางทีสังคมไทยอาจไม่ได้ต้องการเพียงแสงไฟนีออนฟลูออเรสเซนส์ที่ส่องสว่างยามค่ำคืน หากยังต้องการแสงแห่งสัจธรรม แม้นั่นอาจเป็นเพียงแสงจากเปลวเทียนก็ตาม”
หมายเหตุ : การแสดงชุด Flu- O – Less – Sense ใช้เวลาในการแสดงทั้งสิ้นประมาณ 30 นาที และภายหลังเสร็จสิ้น 5 รอบปฐมทัศน์ การแสดงชุดนี้ยังได้รับเชิญให้ไปจัดแสดง ณ Tokyo Metropolitan Art Space ประเทศญี่ปุ่น อีกจำนวน 5 รอบ ภายในเดือนสิงหาคม และหลังจากนั้นการแสดงชุดนี้จะถูกนำกลับมาพัฒนาและแสดงให้ชาวไทยได้ชมอีกครั้งในงานเทศกาลละครกรุงเทพฯ ภายในเดือน ธันวาคม 2553
สถานที่จัดแสดง เดโมเครซี่ เธียเตอร์ สตูดิโอ
ซอยสะพานคู่ บ่อนไก่ ถ.พระรามสี่ กรุงเทพฯ (MRT ลุมพินี ทางออก 1)
จำนวนรอบการแสดง 5 รอบการแสดงได้แก่16 กรกฎาคม 2553 เวลา 20.00 น.
17 กรกฎาคม 2553 เวลา 14.00 น.และ 19.30 น.
กิจกรรมเสริม เสวนาหลังละครจำนวน 3รอบ
สอบถามและสำรองที่นั่ง 089-167-4039, 089 – 667-9539
รายละเอียดเพิ่มเติม www.bfloortheatre.com
เกี่ยวกับกลุ่มละครบีฟลอร์
แผ่นดินร้อน คนร้อน แต่อารยชน และจารชนโรแมนติกยังไม่เลิกก้มหน้างุด หมกมุ่นกับงานของตัวเอง ต่อให้ข้อหาหลบหนีจากโลกแห่งความจริงจะหนักหนา ต่อให้ครหารื่นระเริงกับศิลปะบันเทิงจะกดทับ หากนี่เป็นภายใต้การปกครองก่อนปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ป่านนี้คงต้องโดนสหายแดงของท่านประธานส่งไปไถนาและ “เหมา” กระสอบหอบป่า เพื่อมวลชนเป็นแน่แท้
ทั้งหลายทั้งมวลทำให้หนังของสูข้าเองกลายเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยขี้ประต๋อยไปในทันใด ทั้งยังค้นพบฝันเก่าเก็บของตัวเองกว่าสิบปีนี่ชักจะเริ่มมีกลิ่นตุ ๆ เสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อไม่มีใครอื่นที่เชื่อหรือศรัทธาในสิ่งที่เราคิดฝัน ยิ่งหลังจากดูฟุตเตจวีดีโอของตัวเองแล้ว ก็มีแต่เสื่อมศรัทธาตัวเองไปทุกที ยิ่งตอนนี้อุณหภูมิความร้อนทำให้นั่งแทบไม่ติด ห้องเช่าไม่สามารถเป็นที่พักพิงได้อีกต่อไป ที่สำคัญสุดคือเบาะแสเรื่องคนทำหนังไทยที่ลพบุรีในอดีตเมื่อห้าสิบหกสิบปีก่อนนั้นก็สาวมาจนสุดปลายสาย ตีบตันหนทางต่อไป คนเก่าคนแก่ที่เหลืออยู่ ถ้าไม่ตาย ก็จดจำอะไรได้บางเบาเต็มที
ความสุขของการอยู่ที่ลพบุรี คือการได้อยู่ใกล้จินตนาการหนังของตัวเอง แต่เหนือกว่าจินตนาการลม ๆ แล้ง ๆ คือการได้เห็นจินตนาการหนังของคนอื่นเป็นจริง โดยเฉพาะเมื่อเป็น กานต์- ศิวโรจณ์ คงสกุล แห่ง “เหมือนเคย” และ “เสียงเงียบ” และโดยเฉพาะเหนืออื่นใด เมื่อเป็นหนังที่ถ่ายทำในลพบุรี บริเวณละแวกอำเภอท่าวุ้ง
ผมมีโอกาสได้ไปกองถ่ายไม่บ่อยนัก แต่บรรยากาศของกองถ่ายหนังทีม ป็อป พิคเจอร์ส นี้น่าจะเป็นอุดมคติที่น่าใฝ่ฝันของคนทำหนังผู้มีใจรักอย่างที่สุดแล้ว ทุกคนช่วยลงแรงคนละไม้คนละมือเหมือนเพื่อนสนิท ทั้งผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้าง – โสฬส สุขุม, อาทิตย์ อัสสรัตน์ (Wonderful Town) ทีมงานมากฝีมือ รวมทั้งเด็กฝึกงาน และนักแสดงหน้าใหม่ ร่วมกันทำหนังที่มีแนวทางเรียบง่ายชนิดที่ใกล้ตัวปุถุชนธรรมดา ไม่ต้องมีฉากอลังการ สาระล้นกระป๋อง ต้องพึ่งพารถไฟจัดแสง หรือทีมงานแออัด ทำให้นึกถึงเมื่อสมัยที่อยู่กองถ่าย เจ้ย – อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ทำหนัง “ดอกฟ้าในมือมาร” `(Mysterious Object at Noon) ประสบการณ์ทำหนังที่ไม่ใช่จบแค่ค่าแรงและหน้าที่ อย่างนี้จะหาที่ไหนได้อีก ถ้าไม่ใช่จากพลังของคนหน้าใหม่ไฟแรงล้น แม้อากาศเดือนมีนา-เมษาจะร้อนสุดทน แต่ทุกคนก็ใจสู้ ช่วยเหลือกันต้อนฝูงเป็ด ถ่ายทำฉากพายเรือในแม่น้ำจนแสงแดดหยดสุดท้ายลาลับอาทิตย์ ก่อนที่แต่ละคนจะช่วยกันแบกเรือกองถ่ายข้ามถนนไปเก็บอีกฝั่ง และเมื่อเสร็จจากอาหารค่ำก็มาชุมนุมตัวดูฟุตเตจที่ถ่ายมาในแต่ละวันอย่างกระตือรือร้น แสดงความคิดเห็นและเสนอไอเดียในการพัฒนามุมกล้องในวันต่อไป
ติดตามข่าวคราวล่าสุดได้ที่ เว็บไซต์ของ บริษัท ป็อปพิคเจอร์ส
เบิกม่านเรื่องสั้นหญิงเกินนิยาม
ผ่านร้านหนังสือใกล้บ้าน อย่าลืม `bookvirus ฟุ้ง 06 “เว็นดิโก้ อสูรไพรทมิฬ” ฉบับครบรอบ 100 ปีเรื่องเขย่าขวัญอมตะของ แอลเจอร์นอน แบล็ควูด สำนวนแปลอลังการของ แดนอรัญ แสงทอง จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ openbooks
ระหว่างเดือนสองเดือนนี้ ฟิล์มไวรัส และ บุ๊คไวรัส กำลังจะมีหนังสือใหม่ออกวางแผง เล่มแรกเป็นหนังสือแปลใหม่เอี่ยมของ แดนอรัญ แสงทอง ส่วนอีกเล่ม ปฏิบัติการหนังทุนข้ามชาติ เป็นเล่มที่ถูกดองไว้นาน ตั้งแต่งานหนังสือคราวก่อน เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว













Cracks หนังของ 







